มีลูกค้าหลายรายโทรมาสอบถามผมเพิ่มเติมเรื่องเทคนิคสินค้าราคาแพง ที่คุณ chang ตั้งกระทู้ไว้ และอยากให้ผมอธิบาย ให้ละเอียดลงในกระทู้อีกครั้ง เพื่อลูกค้าคนอื่นๆ ที่มาอ่านเจอจะได้นำไปประยุกต์ใช้ต่อได้ อธิบายเป็นข้อๆด้วย แฮะๆย้ำผมมาเลย

อ่ะ . อธิบาย ก็อธิบาย....
ความจริงมันมีวิธีทำได้หลายวิธีนะครับ เมื่อวานนี้ได้เข้าไปที่ Express เขาก็แนะนำวิธีทำแบบกำหนดวงเงิน ซึ่งทุกวิธีมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ เพราะอย่าลืมว่าเราประยุกต์มาใช้ แต่ผมอธิบายวิธีของผมไปแล้ว ก็มาดูกันต่อก็แล้วกันครับ
ขั้นตอนที่ .-
1. ให้ไปกำหนดค่า ในละเอียดสินค้าคงเหลือ ประมาณบรรทัดที่ 7 ก่อนขีดเส้นใต้ ตรงข้อความ "ส/คติดลบได้?" ตรงนี้ให้ตอบ A ซึ่งน่าจะมาจากคำว่า Approve ไว้ที่สินค้าตัวที่คิดว่าราคาแพง ส่วนสินค้าตัวอื่นให้ตอบ N ทุกตัวครับ
2. ไปที่ค่าเริ่มระบบข้อ 1/3/1 เกี่ยวกับสินค้าคงเหลือ ให้ดูในข้อที่ 9 ก็จะมีข้อความแบบเดียวกับในรายละเอียดสินค้า แต่ในค่าเริ่มต้นสินค้า จุดนี้จะหมายถึง ระบบสินค้าคงเหลือทุกตัวหรือทั้งระบบจะถูกตรวจสอบสิทธิ์ ยกเว้นในรายละเอียดสินค้าคงเหลือได้กำหนดไว้เป็นอื่น ซึ่งแตกต่างจากค่าเริ่มต้น เช่นในรายละเอียดสินค้ากำหนดเป็น Y แต่ในค่าเริ่มต้นกำหนดเป็น N อย่างนี้ก็ติดลบได้ครับ เพราะโปรแกรมจะตรวจสอบจากค่าในรายละเอียดสินค้าเป็นอันดับแรกก่อน แต่ถ้าในรายละเอียดสินค้าไม่ได้กำหนดอะไรเลย เป็นช่องว่าง โปรแกรมก็จะใช้จากค่าเริ่มระบบของสินค้าคงเหลือแทนครับ ดังนั้นให้คุณใส่ค่า A เหมือนกัน เพื่อคุณสามารถทำข้อ 10 ต่อไปได้
3. ยังอยู่ที่ค่าเริ่มระบบของสินค้านะครับ ข้อ 10 "ตัดสินค้าติดลบ ขออนุมัติระดับ" ตรงนี้แหล่ะครับ ให้คุณใส่ระดับอนุมัติที่คุณต้องการ
4. สินค้าที่มีราคาแพง จะต้องทำรหัสไว้ 2 รหัส โดยที่รหัสจริงที่จะเปิดบิลขายให้มีค่าหน่วยคงเหลือเท่ากับ 0 ทุกครั้ง เมื่อเปิดบิลขายโปรแกรมก็จะถามระดับอนุมัติสินค้าติดลบ และเมื่อขายเรียบร้อยแล้ว แต่ละวันก็จะต้องมาตรวจสอบว่ามีการขายสินค้าราคาแพงหรือไม่ ถ้ามีก็ให้ทำการเปลี่ยนสินค้าจากอีก code หนึ่งไปยัง code ที่ออกบิลขายตามจำนวนที่ขายในวันนั้นเพื่อไม่ให้มีปัญหากับสินค้าตัวนั้นต่อไป และทุกๆวันต้องมีค่าเป็น 0 เช่นจาก code ABC เป็น ABCD เป็นต้นโดยใช้เมนูเพิ่มลดสินค้า ให้คีย์สินค้าเบิกออกก่อนเพื่อดูต้นทุน โดยใช้เครื่องหมาย - (ลบ) นำหน้าจำนวนหน่วยสินค้า แล้วโปรแกรมจะหาต้นทุนให้เอง จากนั้นให้คีย์ยอดรับเข้ามาในใบเดียวกันโดยมีค่าเป็นบวก และใส่ต้นทุนเอง ซึ่งดูจากยอดเบิกในบรรทัดแรก เมื่อบันทึกเรียบร้อยแล้ว ยอดรวมต้นทุนข้างล่างต้องเป็น 0 เสมอครับ
[glow=red,2,300]
หมายเหตุ [/glow]
- จากข้อ 2 ควรอย่างยิ่งที่ต้องกำหนดให้สินค้าทั้งหมดขายติดลบไม่ได้
- จากข้อ 4 หากมีการคำนวณต้นทุนสินค้าใหม่ ก่อนปิดงบควรมาตรวจสอบยอดรวมว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่าลืมว่ายอดรวมต้นทุนในหน้านี้จะต้องเท่ากับ 0 เท่านั้น ซึ่งหมายถึง ยอดเบิกและรับมีต้นทุนเท่ากัน การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนเกิดขึ้นกับสินค้า ABC ในกรณีที่มีการเพิ่มลด หรือเปลี่ยนแปลงต้นทุนก่อนการขายหรือเบิกออกของสินค้าครับ

หวังว่าคงจะทำกันได้แล้วนะครับ