- มาไกลนะ จากร้อยเอ็ดเชียว

- ตามระบบบัญชีการเงินให้ตัดค่าเสื่อมได้ทั้ง 2 ล้านนะครับ แต่ระบบบัญชีภาษีอากร ได้ไม่เกิน 1 ล้าน ดังนั้น จึงมีวิธีการปฏิบัติสำหรับ Express ได้ 2 แบบเช่นกันคือ
1. ให้คิดจาก 2 ล้านปกติ ส่วนเวลาคำนวณภาษี ก็เอายอดค่าเสื่อมส่วนที่หักไม่ได้มาหักโดยการสร้างงบจาก excel เอา
2. ให้คิดจาก 2 ล้านเหมือนกัน แต่
2.1 แยกมูลค่าสินทรัพย์ไว้ 2 ยอด ยอด 1 ล้าน และอีกส่วนที่เหลือ
2.2 ยอด 1 ล้านคิดปกติคือให้เลือกกลุ่มบัญชีที่ลง Dr. ค่าเสื่อมราคา-ยานพาหนะ
Cr. ค่าเสื่อมสะสม -ยานพาหนะ
2.2 ส่วนที่เหลือ ให้เลือกกลุ่มบัญชีที่ลง Dr. บัญชีอื่นๆ (อะไรก็ได้ที่จะตั้ง หรือจะเป็นบัญชีค่าเสื่อมในชื่อ
อีกบัญชีหนึ่ง) แล้ว Cr. ค่าเสื่อมสะสม-ยานพาหนะ
2.3 เวลาสร้างรายงานงบการเงินสำหรับบัญชีการเงิน ก็เอายอดค่าเสื่อมราคา-ยาพาหนะ+บัญชีอื่นๆ
มารวมด้วย
2.3 เวลาสร้างรายงานงบการเงินสำหรับบัญชีภาษีอากร ก็แยกรายการที่ไปหักไม่ได้ออกไป
3. คุณไม่บอกวันที่ซื้อ หรือวันที่ได้มาของสินทรัพย์ อ่ะ ไม่เป็นไร ให้คำนวณค่าเสื่อมสะสมยกมาถึงต้นปีที่จะเริ่มใช้โปรแกรม Express แล้วหยอดลงในช่องค่าเสื่อมสะสมยกมา ที่เหลือโปรแกรมจะคำนวณให้จนจบ โดยไม่ต้องห่วงอีกว่าต่อไปจะคำนวณถูกมั๊ยอย่างไร (เพราะมันถูกอยู่แล้วครับ...

)
4. ช่องค่าเสื่อมที่คำนวณเอง และคำนวณเองถึงวันที่ หมายถึง คุณเริ่มใช้โปรแกรม Express ในระหว่างปีรอบบัญชีเช่น เริ่มใช้ 1 ตุลาคม 49 แต่คุณมียอดยกมาตอนต้นปี ดังนั้นคุณจะต้องคำนวณค่าเสื่อมในปีนี้จาก 1 ม.ค. - 30 ก.ย. 49 แล้วหยอดตัวเลขลงในช่องค่าเสื่อมที่คำนวณเอง คำนวณถึงวันที่ก็คือ 30 ก.ย. 49 ครับ
5. ค่าเสื่อมเบื้องต้น เป็นการใช้ตามประกาศพระราชกฤษฏีกา ฉบับที่ 395 กำหนดให้หัก ค่าเสื่อมส/ทบางประเภทได้ ณ วันที่ทรัพย์สินได้มา ซึ่งมีผลประกาศใช้เมื่อ 27 ม.ค. 2545 อันนี้ไปอ่านเอาเองนะ
ตัวอย่าง ซื้อคอมพิเตอร์ 30,000 บาท หักค่าเสื่อมเบื้องต้นได้ทันที 40% คือ 12,000 หยอดเลขลงในช่องนั้นแหล่ะ จากนั้นสินทรัพย์ส่วนที่เหลือ 18,000-1 คิดได้อีก 3 ปี หรือ 33% (ตรงนี้รบกวนหาข้อจากสัมนานักบัญชีเรื่องเกี่ยวกับบัญชีสินทรัพย์ด้วยนะครับ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ)
สนับสนุนโคนาด้วยนะ ;D
ลิ้งค์เสีย