หน้า 1 จากทั้งหมด 1

บันทึกค่าอากรนำเข้า

โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 1:02 pm
โดย napaporn
???บ.ประกอบกิจการนำเข้า (ซิ้อมาขายไป)
เมื่อนำเข้าจะบันทึกสินค้าในซื้อเชื่อต่างประเทศโดยยอดรวมของราคาสินค้าจะไม่รวมภาษีซื้อ (ราคา/หน่วย*อัตราแลกเปลี่ยน) และไม่บันทึกค่าภาษีอากรนำเข้า+ค่าระวาง ได้หรือไม่ ???(เพราะเมื่อครบกำหนดจ่ายชำระหนี้จะจ่ายเฉพาะค่าสินค้าเท่านั้น)
จะได้รายวันซื้อดังนี้ Dr.สินค้า xxx
Cr.เจ้าหนี้ xxx
( แบบต่อเนื่อง)
แต่ถ้าต้องการบันทึกยอดค่าอากร+ค่าระวางต่างๆเพื่อเป็นต้นทุนสินค้าเพิ่ม ในสมุดรายวันซื้อโดยตรงเพิ่มเติมได้หรือไม่ ???(โดยไม่บันทึกรายการดังกล่าวในหน้าซื้อต่างประเทศ)
Dr. สินค้า(เดิม)
ภาษีซื้อ (เพิ่ม)
ค่าอากร (เพิ่ม)
ค่าระวาง (เพิ่ม)
Cr. เจ้าหนี้ (เดิม)
ทำให้ยอด เจ้าหนี้ซื้อเชื่อต่างประเทศ+เจ้าหนี้ในสมุดรายวันซื้อจะต่างกัน
ไม่ทราบว่าทำแบบนี้จะได้หรือไม่ค่ะ ???
รบกวนช่วยตอบหน่อยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
??? ??? :-[

Re:บันทึกค่าอากรนำเข้า

โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 5:42 pm
โดย Sitthidech
ตามหลักการภาษีแล้วต้องบันทึกค่าใช้จ่าย
เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าทั้งหมด
เป็นต้นทุนสินค้าด้วยครับ

Re:บันทึกค่าอากรนำเข้า

โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 6:15 pm
โดย ASAN
- ผิดครับ เพราะต้นทุนในบัญชี สินค้า ยอดเพิ่มขึ้น แต่ที่ Stock Card ไม่ได้เพิ่มเข้าไป
* ให้ทำคล้ายกับ ค่าเบี้ยประกัน และค่าขนส่ง ที่แนะนำในกระทู้ ปรับปรุงต้นทุน

ลิ้งค์เสีย

Re:บันทึกค่าอากรนำเข้า

โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 9:48 pm
โดย Multi Pro Service
บังเอิญจริง ๆ ครับ...เคยทำโรงงานมา 3 โรงพอดี มีไอเดียนิด ๆ ขอแชร์แล้วกันครับ
การทำบัญชีการผลิต มักมีส่วนที่เป็นรายการบันทึกที่ซับซ้อนอยู่ 2 เรื่องคือ
1) การซื้อสินค้าจากต่างประเทศ
2) การติดตามต้นทุนการผลิต
ขออนุญาติคุยเรื่องเดียวก่อนครับ มันดึกมากแล้ว....เอาแค่ขำ ๆ พอ ว่ากันตามเอกสารที่ได้รับแล้วกันครับ....
1) Commercial Invoice
Dr.=Goods in transit (Both of Periodic & Perpeptual)
Cr.=Account Payable Trade
ที่ไม่ให้ลงบัญชีเจ้าหนี้การค้า-ต่างประเทศ มีเหตุผลดังนี้ครับ ผังบัญชีที่มีโมดุลย่อยรองรับอยู่แล้วทั้งหลาย เช่น สินค้า, ลูกหนี้, เจ้าหนี้ ไม่ควรแยกผังบัญชีเป็น ลูกหนี้ประเทศ, ลูกหนี้ต่างประเทศ, ลูกหนี้บริษัทในเครือ, ฯ เนื่องจากเราสามารถเซ็ตหมวดหมู่ได้ในรายละเอียด สินค้า, ลูกหนี้, เจ้าหนี้ ได้ เนื่องจากคนทำงาน เวลาสร้างรหัสใหม่เขามักกด Enter โดยไม่ได้ดูรายละเอียดเลขที่บัญชี สุดท้ายจะทำให้มีผลต่างระหว่างยอดคงเหลือตามบัญชี กับรายงาน มีผลต่าง +- เท่ากัน
2) Import Tax (Duty)
Dr. =Prepayment-Import Tax (Both of Periodic & Perpeptual)
Cr.=Account Payable

3) Freight Charge
Dr. =Prepayment-Freight Charge (Both of Periodic & Perpeptual)
Cr.=Account Payable

4) Clearance Charge
Dr. =Prepayment-Clearance Charge (Both of Periodic & Perpeptual)
Cr. =Account Payable
(จริง ๆ แล้วรายการที่ 4 เวลาทำจริง ๆ มันมีค่าใช้จ่ายที่ควรแยกผังบัญชีไว้เพื่อใช้ในการวิเคราห์กับ
Shipping รายอื่น ๆ คือ Handling Charge, Truck, Demurage Charge, Service Charge อันนี้อยู่ที่ผู้ทำบัญชีว่า Conservative ในการทำบัญชีแค่ไหน)

เมื่อสินค้ามาถึงประตูโรงงาน ก็ทำการกลับรายการบัญชี ด้วย JV ณ.วันที่สินค้าเข้าโรงงาน
แนะนำให้ทำ Job Cost Sheet ไว้เพื่อรวบรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด พร้อมถ่ายเอกสารแนบ โดย
Dr.=Purchase (Periodic)
Dr.=Goods (Perpeptual)
Cr.=Goods in Transit
Cr.=Import Duty
Cr.=Freight Charge
Cr.=Clearance charge
เท่านี้การบันทึกบัญชีก็เป็นอันจบในเอกสารใบเดียว แล้วก็เอา Job Cost Sheet แนบ
สุดท้ายเราก็จะเหลือ การบันทึกสินค้าในเมนูปรับปรุงสินค้า ณ.วันเดียวกับวันที่ทำ JV คุณก็บันทึกเข้าไปได้เลยทั้งจำนวนที่รับเข้าจริง ๆ (ย้ำเลยครับเฉพาะที่รับจริง เพราะสินค้าต่างประเทศมักมีปัญหาเรื่อง Shortage) ตามต้นทุนต่อหน่วย ที่คำนวณได้ใน Job Cost Sheet

ที่แนะนำวิธีการทำวิธีนี้เนื่องจาก สต็อคการ์ดสินค้าจะดูได้ง่ายมาก ไม่มีรายการปรับปรุงยุ่งเหยิง
และสามารถตรวจสอบยอดกับบัญชีแยกประเภทได้ทันทีโดย
1) บัญชีแยกประเภทซื้อตาม JV=รายการปรับปรุงสินค้า (Periodic)
2) บัญชีแยกประเภทสินค้า JV=รายการปรับปรุงสินค้า (Perpeptual)

๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒