หน้า 1 จากทั้งหมด 1

การปรับปรุงภาษีซื้อ-ขาย

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ เม.ย. 27, 2012 11:33 am
โดย OLO
เป็นธุรกิจฝากขายครับ ฝากขายตามห้างฯ ระบบ POS ก็มีรายละเอียดเกี่ยวกับการค้าขายดังนี้

1.เปิดใบกำกับภาษี/ใบส่งของเมื่อส่งของฝากขาย

2.เมื่อสิ้นเดือนรับยอดขายมาแล้วนำมาตัดกับไปกำกับนั้นๆ ที่เปิดไประหว่างเดือน แล้วมาออกใบเสร็จ ซึ่งแต่ละใบกำกับก็ยังตัดไม่หมดก็ยังมียอดคงค้างอยู่ (ยังไม่ได้ขายไปจริงๆ)


หากเป็นเช่นนี้เวลาสร้างงบการเงินก็จะไม่ทราบยอดแท้จริงของยอดขายและยอดลูกหนี้รวมทั้งยอดสินค้าคงเหลือ เพราะเมื่อเราเปิดใบกำกับไปแล้วก็จะถือว่าเป็นยอดขาย แต่ธุรกิจฝากขายจะยัง

ไม่เกิดการขายเกิดขึ้น ต้องรอรับรายงานขายรายเดือนมาตัดอีกทีหนึ่ง


ผู้บริหารต้องการที่จะทราบยอดที่แท้จริง ซึ่งได้แก่ ยอดลูกหนี้ (เป็นยอดลูกหนี้ที่เกิดจากยอดขายจริง CR 60 วัน เมื่ออกใบเสร็จ ไม่ใช่ยอดที่เปิดใบกำกับ, ยอดสินค้าคงเหลือ (ยอดคลังสินค้าบริษัทฯ + กับยอดที่เปิดใบกำกับส่งของฝากขายทางห้างแต่ยังขายไม่ได้) และ ยอดขายและต้นทุนที่แท้จริงที่เกิดจากการขายจริงๆ ไม่ใช่ยอดที่เปิดใบกำกับ


ผมเลยติดสินใจสร้างบริษัทฯ ขึ้นมาอีกบริษัทหนึ่งแล้วทำการคีย์ยอดขายรายเดือนเข้าไป ซึ่งภาษีขายก็ไม่เท่ากันกับบริษัทแรกที่คีย์ไว้เพราะบริษัทแรกเป็นการเปิดใบกำกับเพื่อส่งของซึ่งมีหลายใบ แต่ห้องที่สร้างขึ้นใหม่นี้เป็นการคีย์ยอดขายเพียงใบเดียว (ยอดขายจริงๆ) ส่วนภาษีซื้อนั้นผมคีย์ปกติครับ...จะไม่มีปัญหาเรื่องภาษีซื้อ

ผมจะทำการปรับปรุงภาษีซื้อและภาษีขายยังไงครับ เพื่อให้เท่ากับบริษัทแรก  เพระายอดภาษีขายไม่เท่ากัน





Re: การปรับปรุงภาษีซื้อ-ขาย

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ เม.ย. 27, 2012 1:35 pm
โดย savek
ปกติการฝากขายในโปรแกรม จะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะตามการเปิดบิลครับ คือ

1. หากห้างที่เราไปฝากขายสินค้า ต้องการบิลขาย ณ วันที่นำสินค้าไปลงเลย ในโปรแกรมเราก็จะใช้วิธีโอนย้ายสินค้าไปยังคลังสินค้า (ที่เราตั้งขึ้นมาแยกเป็นแต่ละห้างที่เรานำสินค้าไปฝากขาย) จากนั้นเปิดบิลขายตามปกติ โดยตัดสินค้าจากคลังของห้างๆ นั้น เมื่อถึงสิ้นเดือน หรือ ณ ช่วงเวลาที่เราทราบยอดขายที่แท้จริงแล้ว ก็ใช้วิธีเปิดใบลดหนี้/รับคืนสินค้า ซึ่งเมื่อทำใบลดหนี้แล้ว ก็จะทำให้เราทราบยอดขายที่แท้จริงได้ครับ

2. หากไม่จำเป็นต้องออกบิลขายหรือใบกำกับ ณ วันที่เรานำสินค้าไปลงที่ห้าง ก็เพียงแค่ทำรายการโอนย้ายระหว่างคลัง โดยโอนจากคลังสินค้าของเรา ไปยังคลังสินค้าที่เราตั้งขึ้นมาแยกเป็นแต่ละห้าง และเมื่อถึงสิ้นเดือน หรือ ณ วันที่เราทราบยอดขาย จึงค่อยเปิดบิลขายหรือใบกำกับ ณ วันนั้นครับ แบบนี้ก็จะไม่ต้องทำใบลดหนี้/รับคืนอีก

ส่วนที่ให้ข้อมูลมานั้น น่าจะปรับระบบภาษีให้ตรงกันได้ลำบากนะครับ เนื่องจากว่าบริษัทแรก เราเปิดบิลใบกำกับเต็มจำนวนที่ฝากขาย ในขณะที่บริษัทที่สอง เราเปิดใบกำกับตามยอดขายที่เกิดขึ้นจริง :)