หน้า 1 จากทั้งหมด 1

การประยุกต์ใช้ต้นทุนการผลิตสำหรับธุรกิจโรงพิมพ์ต้องกำหนดอะไรบ้างค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ย. 05, 2012 7:22 pm
โดย Aun55
อยากทราบแนวทางคร่าวๆโปรแกรมเอ็กซ์เพรส ประยุกต์ต้นทุนการผลิตของโรงพิมพ์ เพราะงานสิ่งพิมพ์เป็นงานจ๊อบๆ จะมีวัตถุดิบคือกระดาษ หมึก แล้วก็มีการเคลือบอีก ถึงจะเป็นสินค้าสำเร็จรูปได้ ว่าต้องกำหนดรหัสอะไรถึงจะตัดสต๊อคได้

Re: การประยุกต์ใช้ต้นทุนการผลิตสำหรับธุรกิจโรงพิมพ์ต้องกำหนดอะไรบ้างค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ย. 05, 2012 8:29 pm
โดย savek
ให้นำวัตถุดิบทั้งหมดมาตั้งรหัสสินค้าเอาไว้นะครับ (ที่เมนูสินค้า ข้อ 2.) แต่กำหนดกลุ่มบัญชีสินค้าแยกให้ถูกต้องว่า รหัสสินค้าไหนเป็นวัตถุดิบ รหัสสินค้าตัวไหนเป็นสินค้าสำเร็จรูปนะครับ

จากนั้นใช้เมนูสินค้า ข้อ 1 รายการประจำวันสินค้า ทำการเบิกวัตถุดิบ (กระดาษ , หมึก) ไปผลิต และบันทึกค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าเคลือบ สุดท้ายจึงรับสินค้าจากการผลิต กลับเข้ามาเป็นสินค้าสำเร็จรูปเพื่อนำไปขายอีกครั้งหนึ่งครับ

Re: การประยุกต์ใช้ต้นทุนการผลิตสำหรับธุรกิจโรงพิมพ์ต้องกำหนดอะไรบ้างค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ พ.ย. 07, 2012 6:47 am
โดย Kamol1809
ถ้าต้องการรายได้ หัก ต้นทุน ต่อJOB โดยใช้แผนก เป็นเลขที่JOB งานที่รับจากลูกค้า
เวลาสั่งพิมพ์  อย่าลืมใส่เลขที่แผนก(๋JOB)

เมนูที่บันทึก มีเมนูซื้อ เมนูรายได้     เมนู สินค้า/เบิกภายใน

เมนูที่บันทึก มีเมนูซื้อ เมนูรายได้    เมนู สินค้า/เบิกภายใน  ( รายได้ที่F8 จะต้องเป็นสินค้าบริการ อย่าบันทึกเป็นสินค้าสต็อก  เพราะต้นทุนสินค้าทำเบิกที่เมนูเบิกภายในแล้ว  ถ้าบิลขายต้องการให้ลูกค้าเห็นรหัสสินค้า  ก็ต้องหลอกบันทึกเป็นสินค้าบริการ  และแก้ชื่อเป็นสินค้าสต็อก เช่น หลอกใช้บ-1051 และไปแก้คำอธิบายชื่อเป็น Z-012-22ky พวงมาลัย    อย่าลิมไปกำหนดค่าเริ่มต้น1/4/1 ข้อ2 เปลี่ยนชื่อสินค้าในบิลขายได้ด้วย)
( ถ้าไม่เข้าใจถามเพิ่มเติมที่ KM8245@GMAIL.COM  )

1.นำ712 ประวัติขายแยกตามสินค้ามาแก้  และ



1.1  * 2 บรรทัดนี้
*Query=.AND.PSTKCOD='  '
*Query=.AND.(POSOPR='9'.OR.POSOPR='2'.OR.POSOPR='<'.OR.POSOPR='=')


1.2 แก้~QTY
~QTY:       0,      "qty(10)",          "B1",   "B1=IIF(POSOPR#'9',A->XTRNQTY*-1,A->XTRNQTY);sumqty=sumqty+A->XTRNQTY"


1.3 แก้~NETVAL
~NETVAL:        0,      "999,999,999.99",   "B2",        "B2=IIF(POSOPR#'9',A->NETVAL*-1,A->NETVAL);sumnet=sumnet+A->NETVAL"