- ผมแนะนำให้ใช้วิธี 2 คห.แรกนะครับ สำหรับมือใหม่
* ส่วน คห.3 ไม่แนะนำครับ เนื่องจากว่า การกระทำรายการใดๆในระบบบัญชี ควรมีการลงบัญชีทุกครั้ง
#จริงๆแล้วจุดการรับชำระ โปรแกรมก็จะลงบัญชีให้ แต่เนื่องจากมีการอ้างอิงเลขที่บัญชีเดียวกัน เลยไม่ปรากฏให้เห็น ถือว่า Dr. และ Cr. เป็นยอดเท่ากัน ผมไปตรวจสอบบัญชีที่บริษัทหนึ่ง เขาใช้วิธีตาม คห. 3 นี้ในการลงบัญชีครับ ลงไปลงมา ปรากฏว่า มีรายการแบบนี้เดือนหนึ่งหลายๆราย ทำให้คนทำบัญชีเอง สับสนจนหาที่มาตัวเลขเพื่อนำมาอ้างอิงไม่เจอ รายการเพิ่งผ่านไป 3 เดือน และมีรายการแบบนี้ทุกเดือนๆละหลายๆครั้ง สุดท้ายเธอแพ้ภัยตัวเอง ลาออกไปเลย .... ผมจึงได้แนะนำวิธีการทำงานที่ถูกต้องให้ใหม่กับคนที่รับช่วง กลับกลายเป็นว่า ผมได้เป็นที่ปรึกษาทางบัญชีที่นั่นไปด้วยเลย เฮ้อ ช่างโชคดีเสียกระไรนี่....
เรามาดูตัวอย่างง่ายๆ กันครับ .-
บริษัท ทำการรับชำระหนี้ โดยให้พนักงานขายไปเก็บเงินจากลูกค้า เก็บเงินสดได้แล้ว พนักงานขายคนนั้น ฝากเงินเข้าบัญชีให้เสร็จเลย วิธีทำ ทำได้หลายวิธี
1. รับชำระหนี้ตามปกติ แล้วให้ถือว่า รับชำระด้วยเงินสด จากนั้น นำรายการฝากเงินสดยอดเดียวกับที่พนักงานฝาก ก็มาทำรายการฝากเงินเข้าบัญชีที่หัวข้อ รายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก แต่การทำแบบนี้ ควรแยกบัญชีเงินสดไว้ 2 บัญชีคือ เงินสด หน้าร้าน กับเงินสด สำหรับการรับชำระหนี้ ซึ่งอันนี้แล้วแต่จะตั้งชื่อบัญชีนะครับ การทำวิธีนี้ จะทำให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น บัญชีเงินสดสำหรับการรับชำหนี้อันนี้ จะเหลือ 0 ทุกครั้งที่มีการทำรายการรับชำระหนี้ครบถ้วน อีกทั้งรายการ statment เงินฝาก ก็เสมือนจริงด้วยครับ
2. ทำการรับเงินสดที่พนักงานฝากเข้ามาก่อน อาจทำที่หัวข้อรายได้อื่นๆ แล้วผูกรายการไว้เป็น เจ้าหนี้อื่นๆ - เงินโอน (แล้วแต่จะตั้งชื่อบัญชีนะครับ ตั้งชื่อบัญชีอย่าให้มีผลกับ Vat ก็แล้วกัน) ส่วนรายการด้านล่าง กด F7 แล้วเลือกเงินโอนเข้าบัญชีเลย เป็นอันเสร็จสิ้นของเงินฝากเข้าบัญชี คราวนี้ มาถึงรายการรับชำระ ก็ให้ไปสร้างวิธีการรับชำระหนี้ โดยอ้างถึง เจ้าหนี้อื่นๆ - เงินโอน(หรือบัญชีที่คุณตั้งไว้) จากนั้นก็ไปทำการรับชำระหนี้ตามปกติ แต่รายการด้านล่างต้องรับชำระด้วย เจ้าหนี้อื่น-เงินโอน (หรือบัญชีที่คุณตั้งไว้เท่านั้น) เมื่อทำรายการรับชำระครบทุกรายการแล้ว บัญชีแยกประเภท เจ้าหนี้อื่น - เงินโอน จะต้องเป็น 0 เสมอครับ
** ดังนั้นกรณีที่รับชำระจากลูกหนี้เป็นเช็คก่อน ก็ให้ใช้วิธีที่ 2 นี้แหล่ะครับ แต่รับเป็นเช็ค แทนที่จะโอนเข้าบัญชีเลย ที่เหลือก็เป็นการรับชำระหนี้ตัดจาก เจ้าหนี้อื่นๆ - เงินโอน(หรือบัญชีที่คุณตั้งไว้) ออกไปเท่านั้นเอง ซึ่งจะกี่ลูกหนี้ ก็ตัดจากบัญชีเดียวกันนี่แหล่ะ
** วิธีนี้ ยังใช้ได้ ในกรณีที่ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีมาก่อน แล้วค่อยมาออกบิลทีหลังด้วยนะครับ ซึ่งสังเกตุกันดีๆ มักจะมีกันหลายครั้งที่หลังจากคำนวณยอดลูกหนี้แล้ว โปรแกรมจะบอกว่า
วันที่ชำระอยู่ก่อนวันที่เอกสาร เพราะไปทำรายการรับชำระหนี้ ตามวันที่โอนเงิน แต่ดันไปออกบิลขายวันที่ตามหลัง ลองมาใช้วิธีนี้ดูนะครับ จะไม่เกิดปัญหานี้เกิดขึ้นอีก
** การใช้วิธีนี้ ต้องไม่ใช่วิธีการรับเงินมัดจำล่วงหน้า ถ้าทราบว่ามีการรับมัดจำล่วงหน้า ก็ให้ใช้หัวข้อรับเงินมัดจำล่วงหน้าไปเลยซึ่ง Vat จะเกิดขึ้นที่หัวข้อนั้น ส่วนวิธีนี้ เป็นการทำรายการ ที่ฝ่ายการเงินมาทราบภายหลังว่า มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีก่อนแล้ว และมีการออกบิลพร้อมส่งสินค้าให้ภายหลัง หรือทราบว่าโอนเข้าบัญชีวันนี้เย็นแล้ว แต่ให้ส่งของพรุ่งนี้ เป็นต้น
** อย่าลืมนะครับว่า การทำบัญชี ให้ถูกต้อง ต้องทำการบันทึกรายการที่เกิดขึ้นให้เสมือนเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะทำให้มีรายเอียดประกอบรายการได้ครบถ้วนสมบูรณ์ จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง อย่างน้อยสุด เวลาคุณไม่อยู่แล้ว น้องๆ ที่รับช่วงก็จะได้ชื่นชมว่าคุณคือคนเก่งที่เขานับถือว่าเป็นครู
** รอขึ้นเครื่องไม่มีไรทำ เลยตอบซะยาวววววว มากเลย ให้เป็นคำตอบส่งท้ายสงกรานต์ก็แล้วกันครับ ขอให้ทุกคนโชคดีในการเดินทางกลับบ้านนะครับ พบกันใหม่หลัง 20 เมษา..... ปีนี้แหล่ะ
