โดย suchai » ศุกร์ มิ.ย. 15, 2018 7:24 pm
การออกแบบรหัสสินค้าให้มีกรุ๊ปย่อย สำหรับผมจะเลือกวิธีนี้ เพราะสามารถกำหนดกรุ๊ปได้ตามต้องการ เพียงแต่ว่า ที่ผมเลือกวิธีนี้ เพราะ การเขียน Code ให้ออกรายงาน หัดทำตั้งแต่สมัยยากๆ เมื่อสิบปีก่อน จนปัจจุบันกลายเป็นเรื่องปกติ แต่คนทั่วไปนี่สิ ถ้าเขียนรายงานไม่ได้ ก็จบครับ ทางนี้ไม่แนะนำให้เดิน ผมคงอธิบายแบบละเอียดในการเขียนรายงานไม่ได้ เหมือนขับยานอวกาศ ปุ่มเยอะไปหมด แค่คิดจะอธิบาย ก็หนักใจ แต่ก็แล้วแต่บุญวาสนาที่สะสมมาของแต่ละท่านที่ได้อ่านเหรอะกัน
สมมติ มี 3 หมวดสินค้า คือ
หมวด ก หมวด ข หมวด ค
สินค้า AC-001 SA-001 RPN-001
AC-002 SA-002
*** ถ้าคุณใช้รหัสมากำหนด ต้องกำหนดหลักของรหัสให้เท่ากัน เช่น 3 เคาะ เช่น XAC XSA RPN (หรือจะเคาะว่างก็ได้แต่ ไทยกับอังกฤษต่างกัน) ดูจำนวนสูงสุดของรหัสที่จะแบ่ง
ในรายงานที่เขียนแยกตามหมวดจะเป็น
Gh: ~ตัวแปรหมวด ;1 STKGRP <------- แยกตามหมวด
Gh: ~ตัวแปรหมวดย่อย ;2 SUBSTR(STKCOD,1,3) <------ แยกตามรหัส 3 หลักแรก
SORT=STKGRP+SUBSTR(STKCOD,1,3)
คุณต้องเขียนบรรทัด
Gf: ~ตัวแปรผลรวมรหัส 3 หลักแรก ;2
Gf: ~ตัวแปรผลรวมหมวด ;1
ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์ หรือแก้ไขรายงานบ่อยๆ คนไม่เคยทำยากครับ
-----------------------------------------------------------------------------------------------
การออกแบบ หมวดสินค้า และรหัสสินค้า ถ้าออกแบบได้ดี ก็จะมีประโยชน์มาก แต่เรื่องหมวดผมไม่รู้ว่า มีจำนวนมากมั้ย เพราะ รหัสหมวดจะมีได้ 4 ตำแห่ง คุณอาจจะจบที่รหัสหมวด XAC XSA XSB RPN ส่วนรหัสคุณก็คล้องจองรหัสไป XAC-001 XSA-001 RPN-001 เวลาเรียกรายงาน ก็ใช้รายงานแยกตามหมวดสินค้า มันทำผลรวมให้เสร็จและถูกต้องด้วย
แม้ว่าผมจะแก้ไขรายงานทุกอย่างได้ แต่ผมจะประเมินความต้องการและจำเป็น หากไม่ถึงจุดจำเป็น จะไปดิ้นรนทำไม ก็ออกแบบง่ายๆ ไป รายงานมาตรฐานที่แยกตามหมวดสินค้า สมมติมี 30 รายงาน ก็ไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย แต่ทีผมทำงาน มันเลี่ยงไม่ได้ ต้องเขียนรายงานขึ้นมาเอง กว่า 20 รายงาน มันใช้เวลานาน ค่อยๆ ทำหลายเดือน