กระทู้ต่อเนื่อง อยากถามเกี่ยวกับ เซฟเวอร์ สำหรับ express

หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม Express สามารถเข้ามาสอบถามได้ที่นี่ครับ

Moderator: Sutas, CO-Admin, Global Moderator

กระทู้ต่อเนื่อง อยากถามเกี่ยวกับ เซฟเวอร์ สำหรับ express

โพสต์โดย radar » จันทร์ ก.ย. 11, 2006 3:29 pm

คือประมาณว่า ฝ่ายที่ปรึกษา ด้าน ฮาร์ดแวร์(ออกแนว ศิลปิน แต่ไม่ค่อยเข้าใจ ฐานข้อมูล หรือ การใช้ โปรแกรม express โดยเฉพาะ ฟอร์วิน ตอนนี้ยังใช้ ฟอร์ดอส กำลัง เตรียมเซฟเวอร์ใหม่ ลงฟอร์วิน และ โปรแกรมเพิ่มในส่วนของชุดสาขาค่ะ ) ท่านที่กล่าวมาตามข้างต้น ฝากมาถาม ผู้รู้ในเวปบอร์ด แห่งนี้ หนะค่ะว่า
"express for win ล็อคกับ ตัว HDD, ถ้าหากเป็น RAID-1 (mirror) หรือ RAID-5 ทำได้ไหม?แล้วถ้า หากตัว Win2000SVR อยู่อีก Drive หนึ่งซึ่งไม่ใช่ RAID-1 หรือ RAID-5 มีผลอะไรหรือเปล่า ต่อการล็อคhdd ไหม" เผอิญ ถามมา ตอบไม่ได้ เลยขอตัวช่วย ผู้ชำนาญ หรือ ผู้ใช้ ที่ทำอยู่ มาตอบ ให้หายวงสัย ด้วย เถอะ ค่ะ [/color]
ส่วนคนมาโพส ยัง งง ว่าถามอะไร ไม่เข้าใจ จริงๆๆ ??? ??? ???

ขอบคุณ ทุกความคิดเห็นค่ะ
radar
Jr. Member
Jr. Member
 
โพสต์: 92
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มี.ค. 17, 2005 12:16 pm

Re:กระทู้ต่อเนื่อง อยากถามเกี่ยวกับ เซฟเวอร์ สำหรับ express

โพสต์โดย radar » จันทร์ ก.ย. 11, 2006 4:09 pm

ข้อมูล เพิ่มเติม จากเมล์ของที่ปรึกษาค่ะ

[color=Yellow]ต้อง RAID แน่นอน กะว่าจะใช้ RAID-5 อย่างน้อย HDD 3 ตัวขึ้นไป (RAID-5 ต้องมีอย่างต่ำ 3 ตัว)
แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ความสามารถของ Hardware หรือ
ของ Win2000Server ดี ถ้าหากใช้ win2000server ทำ
RAID-5 จะทำได้เพียง Data Disk เท่านั้น ส่วน Boot Disk
ทำไม่ได้... ข้อดี คือไม่ต้องปวดหัวเรื่อง H/W เปลี่ยนรุ่นมากนัก

CPU เป็น Dual-Core แน่นอน... แต่เป็น intel conroe หรือ AMD X2 ยังไม่แน่ใจ?

ปัญหาก็คือว่า Express ตัวเดิม มันล็อคกับ Win2000Server
ถ้าหากมีการลง Win2000 ใหม่ต้องลง Express ใหม่...

เลยอยากถามว่า Express for Win Lock กับอะไร
ทางที่ดี ถาม Express โดยตรง ต้องบอกเขาว่า ระบบเรา
ต้องไม่มีการ down ... มีสำรองทั้งหมดทุกอย่าง Server
2 ชุด มี HDD อีก 1 ตัวสำรองกรณีที่ HDD เสียหนึ่งตัว Hot
Swap โดยไม่ down Win2000Server Build ใหม่ได้เลย
(เสียเวลาบ้าง...ยังไม่เคยลอง...)

(RAID-5 ห้ามเสียพร้อมกันสองตัว จบเห่.. ยังไงก็ต้อง backup
ข้อมูลอยู่แล้วไม่มีการเลี่ยง) ถ้า down ต้อง up ภายในครึ่งวัน
[/color]


อ่านๆ ไปก็พอจะเข้าใจ แต่มาเจอย่อหน้าก่อนสุดท้าย ใจหายแว๊ป แต่ไม่เคยลอง


:'( ยังงัย ผู้รู้ ท่านใด ช่วยมาคอนเฟิร์มนะค่ะ ว่าไม่มีปัญหา แน่นอน วิธี ที่ท่านที่ปรึกาแนะนำมา ค่ะ ไม่งั้น เกิดไรขึ้น กับข้อมูล หรือ หยุดงานไป ซักวันนึง หรือ ครึ่งวัน คงป่วนทั้ง ออฟฟิส เพราะใช้งานทั้งวัน ทั้งงานขาย สต๊อค บัญชี การเงิน )
แก้ไขล่าสุดโดย radar เมื่อ จันทร์ ก.ย. 11, 2006 4:10 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
radar
Jr. Member
Jr. Member
 
โพสต์: 92
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มี.ค. 17, 2005 12:16 pm

Re:กระทู้ต่อเนื่อง อยากถามเกี่ยวกับ เซฟเวอร์ สำหรับ express

โพสต์โดย radar » จันทร์ ก.ย. 11, 2006 4:23 pm

แล้วถามเพิ่มเติมค่ะ แล้วในกรณี ที่ทำ raid แล้ว มีฮาร์ดดิสเสีย เอาฮาร์ดดิส สำรอง ใส่แทน ให้ server2000 build up โปรแกรม เอ๊กเพรส ฟอร์วิน มันจะล็อคไหมค่ะ

อันนี้ ถามเองค่ะ เพราะ ทราบมาแล้วว่า ฟอร์วิน จะเช็ดในส่วนของ ฮาร์ดแวร์ สำคัญ
คือ เมนบอร์ด กะ ฮาร์ดดิส

เลยสงสัย ว่าการทำเรด มันช่วยเซฟข้อมูลได้จริงเหรอค่ะ
radar
Jr. Member
Jr. Member
 
โพสต์: 92
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มี.ค. 17, 2005 12:16 pm

Re:กระทู้ต่อเนื่อง อยากถามเกี่ยวกับ เซฟเวอร์ สำหรับ express

โพสต์โดย ASAN » จันทร์ ก.ย. 11, 2006 8:08 pm

- จริงๆ แล้ว Express ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดนะครับ หากจะป้องกันทางที่ดีที่สุดก็แยก HD เก็บข้อมูลกับตัว OS ออกไป แค่นี้ ก็ไม่มีปัญหาแล้วละครับ ไม่ถึงขนาดต้อง RIAD (ที่เคยเห็นลูกค้าทำ RIAD พอเวลามีปัญหา ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม)
- สำหรับ การล๊อคของ Express for win ก็จะเกี่ยวกับ H/W ทุกตัวที่อยู่บนเครื่อง ถ้าจำไม่ผิดจะยกเว้นโมเด็ม
ภาพประจำตัวสมาชิก
ASAN
Hero Member
Hero Member
 
โพสต์: 3477
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ค. 15, 2003 9:50 am

Re:กระทู้ต่อเนื่อง อยากถามเกี่ยวกับ เซฟเวอร์ สำหรับ express

โพสต์โดย ohorcom » อังคาร ก.ย. 12, 2006 10:42 am

ผมก็ทำraid อยู่ มัน ไม่เกี่ยวกัน เพราะว่าทุกอย่างมองเป็น volume เดียวกัน ทางit เข้าใจดีแต่ ฟอร์มมากกว่า และ มันเป็นเรื่องง่าย จะเป็นยากสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ของแต่ธุรกิจมากกว่าเพราะว่าผมต้องแก้ปัญหาของลูกค้าผมแต่ละระบบเยอะเหมือนกัน ในแต่ละเรื่องไม่ซ้ำกันบ้าง เพราะบางอย่างผมก็ไม่รู้เรื่อง hardware และเทคนิค it คุณคงแก้ได้ ส่วน bug ของโปรแกรมจะยากกว่านะครับ เพราะเราไม่ออกทั้งหมด เพราะเป็นเพราะใช้ไม่เป็น หรือต้องทำตาม step ไหนก่อนหลัง
ohorcom
Newbie
Newbie
 
โพสต์: 15
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.พ. 01, 2005 12:28 am

Re:กระทู้ต่อเนื่อง อยากถามเกี่ยวกับ เซฟเวอร์ สำหรับ express

โพสต์โดย radar » อังคาร ก.ย. 12, 2006 10:49 am

[quote="ohorcom"]
ผมก็ทำraid อยู่ มัน ไม่เกี่ยวกัน เพราะว่าทุกอย่างมองเป็น volume เดียวกัน ทางit เข้าใจดีแต่ ฟอร์มมากกว่า และ มันเป็นเรื่องง่าย จะเป็นยากสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ของแต่ธุรกิจมากกว่าเพราะว่าผมต้องแก้ปัญหาของลูกค้าผมแต่ละระบบเยอะเหมือนกัน ในแต่ละเรื่องไม่ซ้ำกันบ้าง เพราะบางอย่างผมก็ไม่รู้เรื่อง hardware และเทคนิค it คุณคงแก้ได้ ส่วน bug ของโปรแกรมจะยากกว่านะครับ เพราะเราไม่ออกทั้งหมด เพราะเป็นเพราะใช้ไม่เป็น หรือต้องทำตาม step ไหนก่อนหลัง
[/quote]

ตกลงว่า มันดีหรือไม่ดีค่ะ แบบเรดเนี๊ยะ เพราะไม่อยากให้ที่บริษัท เป็นหนูทดลอง ค่ะ
มองเป็น volume นี่คือ ยังงัยค่ะ แบบว่า ถึงมีตัวไหนเสีย เสียบ รีบิว ใหม่ ก็ ล็อคโปรแกรม หรือ ไม่ล็อคค่ะ
radar
Jr. Member
Jr. Member
 
โพสต์: 92
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มี.ค. 17, 2005 12:16 pm

Re:กระทู้ต่อเนื่อง อยากถามเกี่ยวกับ เซฟเวอร์ สำหรับ express

โพสต์โดย ohorcom » อังคาร ก.ย. 12, 2006 5:03 pm

มันดีกว่าอย่างแน่นอนเพราะเสียไปตัวหนึ่ง เราก็มีอีกตัวหนึ่งแทนได้ผมจำไม่ได้ว่าเรียกว่า raid 0 หรือ raid 1 แต่ในกรณี raid การเก็บข้อมูลมองเป็น array ข้อดี ใช้ harddisk ขั้นต่ำ 3 ก้อย หรือไม่ก็ 5 ก้อน ข้อดี ถ้าเป็น 3 ก้อน เสียก็ 1 หา harddisk ใส่คืนได้เลย ถ้าเป็น 5 ก้อน เสีย ได้ พร้อมกัน 2 ก้อน
ดีกว่าอย่างแน่นอน แต่มันแพง
raid 5 ข้อดี เยอะกว่า แต่ harddisk 80 gb 5 ก้อน ไม่ใช่ว่าใช้ได้ เต็ม เพราะว่า มันหายไปประมาณ 30 % (ไม่ชัวร์ 100%) เพราะไม่ได้ทำบ่อย สามารถเปลี่ยนได้ขณะทำงานโดยไม่ต้องdown ระบบ ได้เลย แต่อุปกรณ์และเครื่องต้องรองรับ ระบบ hot swam ด้วยนะครับ
ระบบดีนับว่าดีมากกว่า ถ้าเป็นไป ปรึกษา it ดีกว่าจะดูดีกว่า ถ้าเขาไม่รู้เขาก็ตามผู้รู้มาตอบคุณได้ดีกว่านะครับ มันยังมีเยอะไม่ได้ มีแค่นี้ ใช้ server หลายๆตัวทำงาน ในกรณี server ตัวใดตัวหนึ่งอีกตัวหนึ่งทำงานแทนก็มี ยังมีอีก

ส่วน raid 0 หรือ raid 1 ผมไม่แน่ใจผมจำสับกันหรือเปล่า ไม่กล้ายืนยัน เช่น harddisk 80 gb 2 ตัว รวมกันได้ 160 gb ถ้าเป็นอีกกัน จะเป็น 80 gb แต่ถ้าตัวใดตัวหนึ่ง สามารถสลับทำงานแทนได้เลย ครับ
ohorcom
Newbie
Newbie
 
โพสต์: 15
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.พ. 01, 2005 12:28 am

Re:กระทู้ต่อเนื่อง อยากถามเกี่ยวกับ เซฟเวอร์ สำหรับ express

โพสต์โดย CyberNude » พุธ ก.ย. 13, 2006 9:08 am

ข้อมูลเรื่อง RAID นะครับ
Q : RAID คืออะไร?

A : RAID (Redundant Array of Inexpensive Disk) คือการนำเอา Harddisk ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาทำงานร่วมกันเสมือนเป็น harddisk ตัวเดียวที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือมีโอกาสที่จะสูญเสียข้อมูลน้อยลงในกรณีที่เกิดความผิดพลาดของ hardware (fault tolerance) กลุ่มของ harddisk ที่เอามาทำงานร่วมกันในเทคโนโลยี RAID จะถูกเรียกว่า disk array โดยระบบปฏิบัติการและ software จะเห็น harddisk ทั้งหมดเป็นตัวเดียว ซึ่งการทำ RAID นี้นอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการเก็บรักษาข้อมูลแล้ว ยังเป็นการประหยัดอีกด้วย เพราะว่ายิ่ง harddisk มีความจุมากเท่าไหร่ ราคาของมันก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ดังนั้น สำหรับงาน ที่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากๆ อย่าง Database Server ถ้าเราเลือกใช้ harddisk ความจุมากๆ เพียงตัวเดียว ในการเก็บข้อมูลหรือที่เรียกกันว่าเป็นการใช้ harddisk แบบ SLED หรือ Single Large Expensive Disk ราคาที่เราเสียไปกับ harddisk ตัวเดียวนั้น อาจจะไม่คุ้มค่าเท่ากับการใช้ harddisk ที่มีความจุต่ำกว่า (ซึ่งแน่นอนว่าราคาต้องถูกกว่าหลายเท่าด้วย) นำมาต่อเพื่อให้ทำงานร่วมกันหรือที่เรียกกันว่าเป็นการใช้ harddisk แบบ RAID

Q : Data Striping คืออะไร

A : Data Striping คือการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ แล้วนำแต่ละส่วนไปเก็บใน harddisk แต่ละตัว การทำ striping นี้จะช่วยให้การอ่าน หรือเขียนข้อมูลใน disk array มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะแต่ละไฟล์จะถูกแบ่งเป็นส่วนๆ กระจายไปเก็บในส่วนที่ต่างกันของ harddisk หลายตัว โดย harddisk เหล่านั้นทำงานไปด้วยกันแบบขนาน (parallel) จึงทำให้การเข้าถึงข้อมูลนั้นเร็วกว่า harddisk แบบตัวเดียว

Q : Raid มีกี่ประเภท ??

A : มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละท่านครับ

----------------------------------------------------------------------------------------

RAID 0
คือการเอา harddisk มากกว่า 1 ตัวมาต่อร่วมกันในลักษณะ non-redundant ซึ่ง RAID 0 นี้มีจุดประสงค์ เพื่อที่จะเพิ่มความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูล harddisk โดยตรง ไม่มีการเก็บข้อมูลสำรอง ดังนั้นถ้าฮาร์ดดิสก์ตัวใดตัวหนึ่งเกิดเสียหาย ก็จะส่งผลให้ข้อมูลทั้งหมดไม่สามารถใช้งานได้ทันที จากรูป จะเห็นว่าข้อมูลจะถูกแบ่งไปเก็บที่ harddisk ทั้ง 3 ตัว (กรณีที่เราใช้ harddisk 3 ตัวมาต่อ RAID 0 กัน) และถ้าเพิ่มจำนวน harddisk ใน array ให้มากขึ้น เวลาที่ใช้อ่านหรือเขียนข้อมูลก็จะลดลงไปตามสัดส่วน ตามทฤษฎีแล้ว ถ้า disk array มี harddisk จำนวน N ตัว ก็จะทำให้อ่านหรือแขียนข้อมูลได้เร็วขึ้นเป็น N เท่าตัว แต่ด้วยเหตุผลและปัจจัยหลายประการ เช่น RAID controller, ความคลาดเคลื่อนของความเร็ว harddisk ทำให้ในความเป็นจริงอาจเร็วไม่ถึงตามทฤษฎี

จุดเด่นของ RAID 0 คือความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล แต่ข้อเสียก็คือหาก harddisk ตัวใดตัวหนึ่งเสียหาย จะส่งผลกับข้อมูลทั้งระบบทันที


RAID 1
RAID 1 มีอีกชื่อหนึ่งว่า disk mirroring จะประกอบไปด้วย harddisk 2 ตัวที่เก็บข้อมูลเหมือนกันทุกประการ เสมือนการสำรองข้อมูล หาก harddisk ตัวใดตัวหนึ่งเกิดเสียหาย ระบบก็ยังสามารถดึงข้อมูลจาก harddisk อีกตัวหนึ่งมาใช้งานได้ตามปกติ สำหรับ RAID controller ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีแล้ว การเขียนข้อมูลลง harddisk 2 ตัวในเวลาเดียวกัน จะใช้เวลาพอๆ กับการเขียนข้อมูลลง harddisk ตัวเดียว ในขณะที่เวลาในการอ่านก็จะน้อยลง เพราะ RAID controller จะเลือกอ่านข้อมูลจาก harddisk ตัวไหนก็ได้ โดยหากมีคำสั่งให้อ่านข้อมูล 2 ชุดในเวลาเดียวกัน ตัว RAID controller ก็สามารถประมวลผลคำสั่งเพื่ออ่านข้อมูลจาก harddisk ตัวหนึ่ง และคำสั่งอีกชุดนึงจาก harddisk อีกตัวนึงก็ได้

จุดเด่นของ RAID 1 คือความปลอดภัยของข้อมูล ไม่เน้นเรื่องประสิทธิภาพและความเร็วเหมือนอย่าง RAID 0 แม้ว่าประสิทธิภาพในการอ่านข้อมูลของ RAID 1 จะสูงขึ้นก็ตาม

RAID 2
ใน RAID 2 นี้ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกตัดแบ่งเพื่อจัดเก็บลง harddisk แต่ละตัวใน disk array โดยจะมี harddisk ตัวหนึ่งเก็บข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด (ECC - Error Checking and Correcting) ซึ่งเป็นการลดเปอร์เซ็นต์ที่ข้อมูลจะเสียหายหรือสูญเสียไป เมื่อมีการส่งข้อมูลไปบันทึกใน disk array จะเห็นได้ว่ามี harddisk ที่เอาไว้เก็บค่า ECC โดยเฉพาะ ถ้าเกิดการปรากฏว่า harddisk ตัวใดตัวหนึ่งเสียหาย ระบบก็จะสามารถสร้างข้อมูลทั้งหมดใน harddisk ตัวนั้นขึ้นมาได้ใหม่ โดยอาศัยข้อมูลจาก harddisk ตัวอื่นๆ และจากค่า ECC ที่เก็บเอาไว้ ซึ่งการทำ ECC นี้ส่งผลให้ harddisk ทั้งระบบต้องทำงานค่อนข้างมากทีเดียว และ RAID 2 นั้นจะเห็นได้ว่าต้องใช้ harddisk จำนวนมากในการเก็บค่า ECC ซึ่งทำให้ค่อนข้างสิ้นเปลืองครับ

RAID 3
RAID 3 มีลักษณะที่คล้ายกับ RAID 2 แต่แทนที่จะตัดแบ่งข้อมูลในระดับ bit เหมือน RAID 2 ก็จะตัดเก็บข้อมูลในระดับ byte แทนและการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูล จะใช้ parity แทนที่จะเป็น ECC ทำให้ RAID 3 มีความสามารถในการอ่านและเขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีการต่อ harddisk แต่ละตัวแบบ stripe และใช้ harddisk ที่เก็บ parity เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น แต่ถ้านำ RAID 3 ไปใช้ในงานที่มีการส่งผ่านข้อมูลในจำนวนที่น้อยๆ ซึ่ง RAID 3 ต้องกระจายข้อมูลไปทั่วทั้ง harddisk จะทำให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า คอขวด ขึ้นกับ harddisk ที่เก็บ parity เพราะไม่ว่าข้อมูลจะมีขนาดใหญ่ขนาดไหน RAID 3 ต้องเสียเวลาไปสร้างส่วน parity ทั้งสิ้น ยิ่งข้อมูลมีขนาดเล็กๆ แต่ parity ต้องสร้างขึ้นตลอด ทำให้ข้อมูลถูกจัดเก็บเสร็จก่อนการสร้าง parity ทั้งระบบต้องมารอให้สร้าง parity เสร็จก่อน จึงจะทำงานต่อไปได้นั่นเอง

RAID 3 เหมาะสำหรับใช้ในงานที่มีการส่งข้อมูลจำนวนมากๆ เช่นงานตัดต่อ Video เป็นต้น

RAID 4
RAID 4 มีลักษณะโดยรวมเหมือนกับ RAID 3 ทุกประการ ยกเว้นเรื่องการตัดแบ่งข้อมูลที่ทำในระดับ block แทนที่จะเป็น bit หรือ byte ซึ่งทำให้การอ่านข้อมูลแบบ random ทำได้รวดเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม ปัญหาคอขวดที่กล่าวใน RAID 3 ก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นเหมือนเดิมครับ

RAID 5
มีการตัดแบ่งข้อมูลในระดับ block เช่นเดียวกับ RAID 4 แต่จะไม่ทำการแยก harddisk ตัวใดตัวหนึ่งเพื่อเก็บ parity ในการเก็บ parity ของ RAID 5 นั้น จะกระจาย parity ไปยัง harddisk ทุกตัว โดยปะปนไปกับข้อมูลปกติ จึงช่วยลดปัญหาคอขวด ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญใน RAID 3 และ RAID 4 คุสมบัติอีกอันหนึ่งที่น่าสนใจของ RAID 5 คือ เทคโนโลยี Hot Swap คือเราสามารถทำการเปลี่ยน harddisk ในกรณีที่เกิดปัญหาได้ในขณะที่ระบบยังทำงานอยู่ เหมาะสำหรับงาน Server ต่างๆ ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง

RAID 6
RAID 6 อาศัยพื้นฐานการทำงานของ RAID 5 เกือบทุกประการ แต่มีการเพิ่ม parity block เข้าไปอีก 1 ชุด เพื่อยอมให้เราทำการ Hot Swap ได้พร้อมกัน 2 ตัว (RAID 5 ทำการ Hot Swap ได้ทีละ 1 ตัวเท่านั้น หาก harddisk มีปัญหาพร้อมกัน 2 ตัว จะทำให้เสียทั้งระบบ) เรียกว่าเป็นการเพิ่ม Fault Tolerance ให้กับระบบ โดย RAID 6 เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยและเสถียรภาพของข้อมูลที่สูงมากๆ

RAID 7
RAID 7 อาศัยพื้นฐานการทำงานของ RAID 4 โดนเพิ่มคุณสมบัติบางอย่างเข้าไป เพื่อทำให้ harddisk แต่ละตัวทำงานอิสระต่อกัน ไม่จำเป็นต้องรอให้ harddisk ตัวใดตัวหนึ่งทำงานเสร็จก่อน (ซึ่งทำให้เกิดปัญหาคอขวดใน RAID 4) โดยการส่งข้อมูลแต่ละครั้ง จะทำการส่งผ่าน X-Bus ซึ่งเป็นบัสที่มีความเร็วสูง RAID 7 ยังมีหน่วยความจำแคชหลายระดับในตัว RAID Controller เพื่อแยกการทำงานให้อิสระต่อกัน โดยจะมี Real-Time Operating System อยู่ภายในส่วนที่เรียกว่า Array Control Processor ทำหน้าที่ควบคุมการส่งข้อมูลบนบัส

RAID 7 เหมาะสำหรับใช้ในองค์กรขนาดใหญ่ เชื่อมต่อได้สูงสุดถึง 12 host 48 drives และราคาของระบบ RAID 7 ค่อนข้างที่จะสูงมาก ด้วย RAID 7 เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัท Storage Computer Corporation ทำให้ผู้ใช้งาน RAID 7 ไม่สามารถปรับแต่งอะไรกับเครื่องเลย ทำให้ RAID 7 ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

RAID 10
RAID 10 หรือ RAID 0+1 เป็นการผสมผสานระหว่าง RAID 0 และ RAID 1 เข้าด้วยกัน ทำให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และมีการทำ mirror ข้อมูล (backup ข้อมูล) ไปด้วย ข้อเสียของ RAID 10 คือการเพิ่มจำนวน harddisk ในอนาคตเป็นไปได้ยาก เพราะ harddisk แต่ละตัวมี mirror เป็นของตัวเอง ยิ่งเพิ่ม harddisk เพื่อใช้งานก็ต้องเพิ่ม harddisk เพื่อ backup ไปด้วย เหมาะสำหรับ Server ที่ต้องการความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลค่อนข้างมาก และไม่ต้องการความจุมากนัก

RAID 53
RAID 53 มีอัตราความเร็วการเข้าถึงข้อมูลค่อนข้างสูง เพราะมีพื้นฐานการทำงานของ RAID 0 อยู่ และมีการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ เหมือน RAID 3 ซึ่งแน่นอนว่ายังมีปัญหาคอขวดด้วย นอกจากนี้ RAID 53 ยังสามารถทำ Hot Swap ได้เหมือนใน RAID 5 ครับ
ที่มา : http://www.thaiadmin.org/board/http://e ... ic.php?t=0
;D ;D ;D
ภาพประจำตัวสมาชิก
CyberNude
Sr. Member
Sr. Member
 
โพสต์: 277
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ย. 17, 2003 9:12 am


ย้อนกลับไปยัง ถาม-ตอบปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรม Express

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 28 ท่าน