การใช้งาน Express for Windows (รุ่น Single) บนระบบปฏิบัติการ Linux Ubuntu {:hot}


สิ่งที่คุณจำเป็นต้องมี
1. ระบบปฏิบัติการ Linux Ubuntu รุ่น Desktop 8.04
2. โปรแกรม CrossOver 7.1.0 (ดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ท จำกัดการใช้งาน 30 วัน)
3. เครื่องที่ใช้งาน ต้องสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทได้ (และควรจะเป็นอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง อย่างน้อย 1 Mbps ขึ้นไป)
4. เจ้าหน้าที่ในบริษัทของคุณที่มีความรู้พื้นฐานในระบบปฏิบัติการ Linux เพราะมีความแตกต่างในการใช้งานระหว่าง Windows และ Ubuntu อยู่พอสมควร และในบางขั้นตอนจำเป็นที่จะต้องอาศัยความรู้พื้นฐานในการใช้งาน Ubuntu เพื่อดำเนินการหรือเพื่อการแก้ไขปัญหาพื้นฐาน

 

ข้อจำกัดต่างๆ ที่คุณควรทราบก่อนจะเริ่มต้นใช้งานโปรแกรม Express บน Ubuntu

1.    คุณจะต้องมีฮาร์ดแวร์ หรือคอมพิวเตอร์ที่รองรับระบบปฏิบัติการ Ubuntu เนื่องจาก Ubuntu ยังมีข้อจำกัดในการใช้งาน หรือทำงานร่วมกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางอย่าง เช่น เครื่องพิมพ์ (Printer) , การ์ดจอ (Display) หากอุปกรณ์นั้นไม่มีไดร์เวอร์หรือซอฟท์แวร์ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานบน Ubuntu จะทำให้คุณประสบปัญหาในการติดตั้งหรือใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างเช่น ในการทดสอบครั้งนี้ เครื่องพิมพ์หัวเข็มรุ่นยอดนิยมอย่าง Epson LQ-1170 ไม่มีไดร์เวอร์โดยตรงที่ใช้งานบน Ubuntu จึงต้องเลี่ยงไปใช้งานไดร์เวอร์ของเครื่องพิมพ์มาตรฐานแทน ทำให้การพิมพ์งานออกมาไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร (จะได้กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อถึงขั้นตอนของการพิมพ์) หรือในส่วนของการ์ดจอ ที่พบว่ามีปัญหาตั้งแต่ในขั้นตอนการติดตั้ง Ubuntu เข้าไปในคอมพิวเตอร์ ที่จะต้องมีการแก้ไขออปชั่นในการติดตั้ง รวมทั้งเมื่อติดตั้ง Ubuntu เข้าไปในเครื่องได้แล้ว คุณก็ยังต้องหาดาวน์โหลดไดร์เวอร์มาให้ตรงรุ่น เพื่อให้แสดงผลทางหน้าจออย่างถูกต้อง


2.    การใช้งานโปรแกรมของวินโดว์บน Ubuntu คุณจำเป็นต้องมีโปรแกรมเสริม เพราะคุณไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมที่ถูกออกแบบสำหรับวินโดว์เข้าไปใน Ubuntu โดยตรงได้ แม้ใน Ubuntu จะมีโปรแกรมเสริมดังกล่าวติดมาให้ด้วย นั่นคือโปรแกรม Wine แต่ก็ยังทำงานไม่สมบูรณ์ (จากการทดสอบเพื่อป้อนข้อมูลในหน้าจอซื้อ/ขาย มันจะไม่นำจำนวนคูณกับราคาต่อหน่วย หรือมีฟ้อง Error แปลกๆ อยู่บ่อยครั้ง) คุณจำเป็นต้องใช้โปรแกรม CrossOver ซึ่งไม่ใช่โปรแกรมฟรี มาติดตั้งเข้าไปในเครื่อง (จะได้กล่าวถึงขั้นตอนการดาวน์โหลด และใช้งานต่อไป)


3.    การแสดงผลไม่สมบูรณ์เต็มที่ เช่น เมื่อคุณคลิกเข้าไปในเมนูต่างๆ ของโปรแกรม Express อาจจะเห็นการแสดงผลผิดปกติซักครู่ก่อนที่จะแสดงเมนูของโปรแกรมขึ้นมา ซึ่งรวมไปถึงการเปิดหรือปิดหน้าจอต่างๆ ด้วยเช่นเดียวกัน


4.    ในการป้อนข้อมูล อาจจะไม่สามารถกดปุ่ม ผ่านบางช่องข้อมูลได้ เช่น ในการป้อนข้อมูลที่หน้าจอขายเงินเชื่อ เมื่อคุณกด มาถึงช่องอ้างอิง จะไม่สามารถกด ผ่านช่องนี้ไปได้ทันที คุณต้องใช้เม้าส์คลิกเข้าไปที่ช่องอ้างอิงนี้ก่อน จากนั้นจึงจะกด ผ่านไปได้


5.    ในบทความที่คุณจะได้อ่านต่อไป จะเป็นการทดสอบการติดตั้งและใช้งาน Express รุ่น Stand Alone (ไม่ใช่ LAN) เท่านั้น เพราะการเซ็ทอัพเพื่อให้ Ubuntu เชื่อมต่อในระบบแลนได้นั้น จะมีขั้นตอนปลีกย่อยอีกค่อนข้างมาก ซึ่งคุณควรจะให้เป็นหน้าที่ของผู้ดูแลระบบแลนที่มีความชำนาญโดยตรงเป็นผู้ จัดการให้ อย่างไรก็ตามคุณสามารถใช้หลักการในบทความนี้ เพื่อให้สามารถติดตั้งและใช้งาน Express บนระบบแลนได้เช่นเดียวกัน

ขั้นตอนการติดตั้งและใช้งาน Express บน Ubuntu


1.    เปิดเข้าระบบ Ubuntu หากระบบคุณยังไม่ตั้งให้ใช้ภาษาหลักของระบบเป็นภาษาไทย โดยให้เข้าไปเปลี่ยนภาษาหลักของระบบ (เข้าที่เมนู System -> Administration -> Language Support) โดยปรับเปลี่ยนค่าในบรรทัด Default Language ให้เป็น Thai (หากมีหน้าจอขึ้นมาตรวจสอบสิทธิ ก็ให้ป้อนรหัสผ่านของคุณเข้าไปตามปกติครับ)
Image

Image

Image

Image

เรียบ ร้อยแล้ว ให้ทำการ Restart เครื่องครั้งหนึ่ง หลังจาก Restart และกลับเข้ามาใน Ubuntu จะมีหน้าจอขึ้นมาถามว่า ต้องการจะเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ให้เป็นภาษาไทยตามที่แสดงขึ้นมาหรือไม่ ให้คุณคลิกทำเครื่องหมายหน้าบรรทัด Don’t ask me this again และหากต้องการใช้ชื่อโฟลเดอร์ภาษาไทย ให้เลือกที่ปุ่ม Update Names แต่ถ้าต้องการใช้ชื่อโฟลเดอร์เป็นภาษาอังกฤษเหมือนเดิม ก็ให้เลือกที่ปุ่ม Keep Old Names

Image

2.    ดาวน์โหลด และติดตั้งโปรแกรม CrossOver Linux 7.1.0 (ตัวโปรแกรม CrossOver นี้ไม่ฟรีนะครับ หลังจากดาวน์โหลดมา และติดตั้งแล้ว เราจะใช้งานได้เพียง 30 วัน หลังจากนั้นต้องซื้อครับ)
2.1     ดาวน์โหลดโปรแกรม CrossOver Linux จากเว็บ http://www.codeweavers.com/products/cxlinux/download_trial/
2.2     ก่อนที่จะดาวน์โหลดได้จะต้องป้อนชื่อ และอีเมล์เข้าไป เรียบร้อยแล้วคลิกที่ลิ้งค์ Request CrossOver Linux Evaluation ดังรูป
Image
2.3     จะปรากฏลิ้งค์ให้ดาวน์โหลดตัวโปรแกรม ก็ให้คลิกที่ crossover-standard-demo_7.1.0-1_i386.deb เพื่อทำการดาวน์โหลดมาดังรูป
Image
2.4     จากนั้นให้ทำการติดตั้งเข้าไปในเครื่อง Ubuntu โดยดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา จะปรากฏหน้าจอดังรูป ให้คลิกที่ปุ่ม Install Package
Image
2.5     Ubuntu จะเริ่มติดตั้งแพ็คเกจ CrossOver เข้าไปในระบบ โดยแสดงความคืบหน้าในการติดตั้ง และหลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว ก็จะแสดงข้อความว่า Installation Finished ดังรูป
Image

Image

3.    กำหนดค่าคอนฟิกของโปรแกรม CrossOver ให้พร้อมติดตั้งโปรแกรม Express
3.1     คลิกเข้าไปที่เมนู Application แล้วเลือกที่เมนู Crossover คลิกเข้าที่ Configuration

Image

3.2     คลิกที่แท็บ Manage Bottles แล้วคลิกที่ปุ่มเครื่องหมาย + ดังรูป

Image

3.3     ในช่อง Bottle name ใส่คำว่า Express เข้าไป ส่วนในบรรทัด Create from template เลือกเป็น winxp

Image

3.4     รอซักครู่ จะกลับมาที่หน้าจอหลักเหมือนเดิม ให้คลิกที่ปุ่ม Make Default เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม Configure ตามลำดับ

Image

Image

3.5     คลิกที่แท็บ Control Panel จากนั้นคลิกที่ไอค่อนรูป Wine
Image

3.6     คลิกที่แท็บ Graphics -> เอาเครื่องหมายหน้าบรรทัด Allow the windows manager to decorate the windows และ Allow the windows manager to control the windows ออก

Image

4.    ติดตั้งโปรแกรม Express
4.1     ใส่แผ่นซีดีโปรแกรม Express เข้าไปในไดร์ฟ CD-ROM ให้เรียบร้อย
4.2     เข้าไปที่เมนู Application เลือกที่ CrossOver และเลือกที่ Install Windows Software ตามลำดับ
Image

4.3     คลิกที่ Install unsupported software ตามรูป

Image

4.4     จะมีข้อความแจ้งเตือนของโปรแกรม CrossOver ให้คลิก Next ผ่านไป

Image

4.5     เลือกสื่อที่จะใช้ในการติดตั้ง ให้เลือกเป็น CD-ROM  แล้วคลิก Next

Image

4.6     จะมีหน้าจอขึ้นมาให้เราเลือก Bottle ที่จะใช้ในการติดตั้ง ให้คลิกเลือกที่ Other existing bottle แล้วเลือกที่คำว่า Express ตามที่เรากำหนดไว้ในข้อ 3.3 เรียบร้อยแล้วคลิก Next

Image

4.7     โปรแกรม CrossOver จะเริ่มทำงาน และแสดงหน้าจอขึ้นมาดังรูป

Image

4.8     รอซักครู่หนึ่ง จะเข้าสู่การติดตั้งโปรแกรม Express และแสดงหน้าจอขึ้นมาดังรูป ให้เลือกภาษาในการติดตั้งเป็น English เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK

Image

4.9     ดำเนินการติดตั้งโปรแกรม Express เข้าไปตามปกติ โดยใช้ค่าดีฟอลต์ ตามที่โปรแกรมแสดงขึ้นมา แล้วคลิกปุ่ม Next หรือปุ่ม Install ไปเรื่อยๆ จนการติดตั้งเสร็จสิ้น จะมีหน้าจอของไฟล์ Readme โชว์ขึ้นมาแนะนำให้คุณติดตั้ง Font Courier Mono Thai ก็ให้คลิกปิดหน้าจอนั้นไป
4.10    การติดตั้งโปรแกรม Express ผ่านทาง CrossOver นี้ คุณจะไม่จำเป็นต้องทำการเพิ่ม Font Courier Mono Thai เข้าไป เพราะโปรแกรม CrossOver จะทำการตรวจสอบฟ้อนต์ที่มีอยู่ในแผ่นติดตั้งโปรแกรม Express และทำการเพิ่มฟ้อนต์ดังกล่าวเข้าไปในระบบโดยอัตโนมัติ
4.11    หลังจากติดตั้งเสร็จ คุณจะเห็นว่ามีไอค่อนของโปรแกรม Express แสดงอยู่บนหน้าจอ Desktop ให้ทันที

5.    เพื่อให้สามารถแสดงผลทางหน้าจอของโปรแกรม Express ได้อย่างถูกต้อง คุณจะต้องก๊อปปี้ฟ้อนต์ชื่อ tahoma.ttf จากเครื่องที่ใช้ Windows (ไฟล์ฟ้อนต์ Tahoma.ttf จะอยู่ในโฟลเดอร์ C:WINDOWSFONTS) มาไว้ที่เครื่อง Ubuntu
5.1     ให้คุณก๊อปปี้ฟ้อนต์ Tahoma.ttf จากเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows (อาจจะก๊อปปี้ผ่านทางเครือข่าย หรือก๊อปใส่แผ่นไดร์ฟ A:
5.2     คลิกที่เมนู Places และเลือกที่ Home Folder

Image

5.3     นำไฟล์ฟ้อนต์ Tahoma.ttf มาเก็บไว้ที่ Home Folder ของเครื่อง Ubuntu ให้เรียบร้อย จากนั้นให้คลิกเม้าส์ขวาที่ฟ้อนต์นั้น และเลือก Copy เก็บไว้ก่อน
5.4     คลิกที่เมนู Edit แล้วเลือกที่คำว่า Preferences ด้านล่างสุด

Image

5.5     ทำเครื่องหมายหน้าบรรทัด Show hidden and backup files แล้วคลิกปุ่ม Close

Image

5.6     ถ้ายังไม่ปรากฏรายชื่อไฟล์ที่มีจุดนำหน้าขึ้นมา ให้ลองปิดหน้าจอ File Browser นี้ไปก่อน แล้วเรียกกลับเข้ามาอีกครั้ง ก็จะพบกับไฟล์ที่ถูกซ่อนไว้ทั้งหมด (ไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ถูกซ่อนไว้ ชื่อจะนำหน้าด้วยเครื่องหมาย .)
5.7     คลิกเข้าไปที่โฟลเดอร์ .cxoffice/Express/drive_c/windows/fonts
5.8     ทำการก๊อปปี้ฟ้อนต์ Tahoma เข้าไป ซึ่งจะทำให้ในโฟลเดอร์ .cxoffice/Express/drive_c/windows/fonts นี้ มีฟ้อนต์อยู่ 2 ตัว คือ Tahoma.ttf กับ COURMT__.TTF ดังรูป

Image

6.    คลิกเข้าไปที่เมนู Applications -> CrossOver -> Configuration คลิกที่แท็บ Manage Bottles คลิกที่ปุ่ม  Configure -> Control Panel คลิกที่ไอค่อนรูป Wine -> คลิกที่แท็บ Graphics -> ทำเครื่องหมายหน้าบรรทัด Allow the windows manager to decorate the windows และ Allow the windows manager to control the windows กลับเข้าไปเหมือนเดิม  (เป็นการทำเหมือนในขั้นตอนที่ 3 แต่ในครั้งนี้เป็นการทำเครื่องหมายกลับเข้าไป)

7.    กำหนดให้ใช้ Grave Accent เปลี่ยนภาษา ตามปกติหากเราไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร บน Ubuntu จะใช้ปุ่ม Alt+Shift ในการเปลี่ยนภาษาที่จะใช้ในการพิมพ์ตัวอักษร แต่หากเราต้องการใช้ปุ่ม ~ (หรือปุ่ม Grave Accent) ในการเปลี่ยนภาษาเหมือนกับในวินโดว์ ให้ปฏิบัติดังนี้ครับ
7.1     ดาว์โหลดไฟล์จากลิ้งค์นี้ http://ftp.opentle.org/people/mrchoke/xorg/ubuntu_tle/xkb-data-hacked_0.8-7mrchoke1_all.deb  โดยอาจจะเลือกบันทึกเก็บไว้ใน Home Folder ของคุณก็ได้ครับ
7.2     เมื่อดาวน์โหลดเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการติดตั้งโปรแกรม โดยดับเบิ้ลคลิกไฟล์ xkb-data-hacked_0.8-7mrchoke1_all.deb  จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Install Package และรอจนการติดตั้งเสร็จสิ้น จึงคลิกปุ่ม Close ปิดหน้าจอไปครับ
7.3     เข้าไปที่เมนู System -> ปรับแต่งพื้นโต๊ะ -> แป้นพิมพ์ -> คลิ๊กแท็บ Layouts -> เลือก Layouts Option -> เลือก Group Shift/Lock behavoir -> ทำเครื่องหมายหน้าบรรทัด Grave changes group (ถ้ามีการทำเครื่องหมายไว้หน้าบรรทัด Alt+Shift Changes Group ให้เอาเครื่องหมายออกด้วย) เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Close เพื่อทำการบันทึกค่าครับ

Image

Image

Image

Image

8.    ติดตั้งเครื่องพิมพ์ และวิธีการพิมพ์เอกสาร/รายงานในโปรแกรม Express
8.1     คลิกเข้าที่เมนู System -> ดูแลระบบ -> Printing

Image

8.2     คลิกที่ปุ่ม New Printer บนทูลบาร์ จะมีหน้าจอ New Printer แสดงขึ้นมา ถ้าเครื่องพิมพ์ของคุณต่อตรงอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณทาง Parallel Port ก็ให้เลือกเป็น LPT #1 หรือถ้าเป็นเครื่องพิมพ์ที่ต่ออยู่กับ USB Port ระบบ Ubuntu ก็จะแสดงหน้าจอเครื่องพิมพ์ตัวนั้นขึ้นมาให้คุณเลือกทันที แต่ถ้าเครื่องพิมพ์ที่คุณจะใช้พิมพ์งานต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นใน ระบบแลน (ซึ่งตัวอย่างในบทความนี้ ขอเลือกเป็นแบบหลังนะครับ) ก็ให้คุณคลิกเลือกที่ LPD/LPR Host Printer ในกรอบด้านซ้ายของหน้าจอ จากนั้นป้อนชื่อเครื่อง หรือหมายเลขไอพีแอดเดรสของคอมพิวเตอร์ในระบบแลนที่เครื่องพิมพ์ถูกต่อเอาไว้ โดยป้อนไว้ในช่อง Host และป้อนชื่อเครื่องพิมพ์ที่แชร์เอาไว้ในช่อง Queue ดังรูป เรียบร้อยแล้วคลิกที่ปุ่ม Forward

Image

8.3     จะมีหน้าจอขึ้นมาให้เลือกยี่ห้อของเครื่องพิมพ์ที่คุณจะใช้งาน จากตัวอย่างผมใช้เครื่องพิมพ์ยี่ห้อ Epson รุ่น LQ-1170 ดังนั้นจึงเลือกที่ Epson และคลิกปุ่ม Forward เพื่อดำเนินการในขั้นตอนถัดไป

Image

8.4     ในหน้าจอนี้จะให้คุณเลือกรุ่นของเครื่องพิมพ์ ซึ่งตรงนี้จะค่อนข้างมีปัญหาอย่างที่ผมได้กล่าวถึงในเรื่องข้อจำกัด เพราะในระบบ Ubuntu เอง จะเตรียมไดร์เวอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ค่อนข้างน้อย และผู้ผลิตอุปกรณ์อย่างเช่น ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ ก็ไม่ได้มีการพัฒนาไดร์เวอร์ที่สามารถใช้บนระบบ Ubuntu ได้โดยตรง ดังนั้นในหน้าจอนี้ จึงไม่มีไดร์เวอร์ของเครื่องพิมพ์รุ่นที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้ (LQ-1170) ผมจึงเลือกใช้ไดร์เวอร์มาตรฐานแทน คือ LQ-24 ดังรูป เมื่อเลือกเสร็จแล้วให้คลิกที่ปุ่ม Forward

Image

8.5     ในหน้าจอนี้จะให้คุณกำหนดชื่อของเครื่องพิมพ์ที่เพิ่มเข้าไปในระบบ เพื่อให้สะดวกเวลาที่จะใช้งาน ก็ให้คุณกำหนดชื่อเครื่องพิมพ์ และคำอธิบายตามที่ต้องการ เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Apply

Image

8.6     จะกลับมาที่หน้าจอการกำหนดเครื่องพิมพ์อีกครั้ง ให้คุณคลิกเลือกที่ชื่อเครื่องพิมพ์ที่คุณเพิ่งจะเพิ่มเข้าไป (กรณีที่คุณมีเครื่องพิมพ์หลายตัว) จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Make Default เพื่อให้เครื่องพิมพ์ตัวนี้เป็นเครื่องพิมพ์หลักที่จะใช้พิมพ์งาน

Image

8.7     จากนั้นคลิกที่แท็บ Job Options และคลิกที่คำว่า More ภายใต้ส่วนของ Common Options ดังรูป

Image

8.8     เลื่อนหาคำว่า job priority แก้ให้เป็นตัวเลข 100 ตามรูป ทั้งนี้เพื่อให้การพิมพ์งานจากโปรแกรมต่างๆ พิมพ์ได้เร็วขึ้น เมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกที่ปุ่ม Apply

Image

8.9     การสั่งพิมพ์งานในโปรแกรม Express คุณจะต้องเลือกพิมพ์แบบ Graphic Mode เท่านั้น โดยการเข้าไปกำหนดเครื่องพิมพ์ในโปรแกรม Express จากเมนูเริ่มระบบ ข้อ 6.2 กำหนดรหัสเครื่องพิมพ์ เลือกเครื่องพิมพ์ที่คุณใช้งานขึ้นมา (ขอให้จำลำดับที่ของเครื่องพิมพ์เครื่องนี้ไว้ด้วย) และทำการแก้ไขค่าในบรรทัดโหมดการพิมพ์ให้เป็น Graphic Mode จากนั้นไปที่เมนูอื่นๆ ข้อ 3.2 แฟ้มผู้ใช้งานระบบ เลือกรหัสผู้ใช้ของคุณขึ้นมา ตรวจสอบว่าในบรรทัดเครื่องพิมพ์ จะต้องถูกกำหนดให้เป็นลำดับที่ของเครื่องพิมพ์ที่เราได้แก้ไขค่าให้เป็น Graphic Mode แล้ว (ทำเช่นเดียวกันนี้กับผู้ใช้คนอื่นๆ ถ้าเป็นการพิมพ์งานบนเครื่อง Ubuntu นี้)

Image

8.10    อย่างที่แจ้งไปก่อนหน้านี้ ว่าเนื่องจากไดร์เวอร์ที่เราเลือกใช้กับเครื่องพิมพ์เป็นเพียงไดร์เวอร์ มาตรฐาน ไม่ใช่ไดร์เวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเครื่องพิมพ์รุ่นที่เราใช้งานโดยตรง ดังนั้นเมื่อสั่งพิมพ์งาน คุณอาจจะพบกับปัญหาแปลกๆ เช่น เครื่องพิมพ์เว้นระยะขอบซ้ายในขณะที่พิมพ์มากเกินไป หรือพิมพ์ด้วยขนาดตัวอักษรใหญ่เกินไปจนล้นกระดาษ ซึ่งจากทดสอบพบปัญหาในกรณีหลังนี้คือ พิมพ์แล้วขนาดตัวอักษรใหญ่จนล้นกระดาษ ซึ่งต้องแก้ไขด้วยการกำหนดขนาดกระดาษในตอนที่สั่งพิมพ์ให้ใหญ่กว่าปกติ เช่น เมื่อจะสั่งพิมพ์ลงกระดาษขนาด A4 เมื่อสั่งพิมพ์แล้ว ให้คุณคลิกที่ปุ่มคุณสมบัติของเครื่องพิมพ์ ผมต้องเลือกใช้ขนาดกระดาษเป็น 13x19 ดังรูป จึงจะพิมพ์ข้อมูลออกมาได้ครบถ้วน

Image

9.    การสำรองข้อมูล ขั้นตอนในการสำรองข้อมูลจะทำตามปกติ เหมือนกับการสำรองข้อมูลของโปรแกรม Express ที่ใช้บนระบบวินโดว์ จะแตกต่างกันเพียงในขั้นตอนของการเลือกสื่อที่จะใช้ในการสำรองข้อมูล เพราะในระบบปฏิบัติการ Ubuntu นั้นจะไม่ได้มองสื่อบันทึกข้อมูลเป็นไดร์ฟ เช่น ไดร์ฟ A: หรือไดร์ฟ C: แต่จะมองอุปกรณ์เหล่านี้เป็นโฟลเดอร์ที่อยู่ภายในระบบ ดังนั้นคุณจะต้องเลือกโฟลเดอร์เพื่อให้สำรองข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
9.1     วิธีการตรวจสอบว่าสื่อที่เราจะใช้บันทึก อยู่ภายใต้โฟลเดอร์ใด คุณอาจจะใช้วิธีดังนี้ เช่น ในกรณีของแผ่นฟลอปปี้ไดร์ฟ (แผ่นดิสก์เก็ตแบบเก่า ที่ใส่ทางไดร์ฟ A: ) คุณต้องใส่แผ่นดิสก์เปล่าที่ฟอร์แมทแล้ว เข้าไปในไดร์ฟ A: ก่อน จากนั้นคลิกเข้าไปที่เมนู Places-> คอมพิวเตอร์ และให้คุณคลิกเม้าส์ขวาที่คำว่า Floppy Drive และเลือก Mount Volume ดังรูป
Image

9.2     รอให้ Ubuntu ตรวจสอบแผ่นซักครู่หนึ่ง เมื่อเรียบร้อยไอค่อนของ Floppy Drive จะกลายเป็นรูปแผ่นดิสก์เก็ตดังรูป

Image

9.3     การตรวจสอบว่าแผ่น Floppy Disk นี้อยู่ภายใต้โฟลเดอร์ไหน เพื่อที่เราจะได้สามารถเลือกได้อย่างถูกต้อง เมื่อเข้าไปสำรองข้อมูลในโปรแกรม Express ให้คุณดับเบิ้ลคลิกเข้าไปที่ไอค่อนแผ่นดิสก์เก็ตนั้น แล้วคลิกที่ปุ่มรูปกระดาษดินสอด้านซ้าย ดังรูป ก็จะปรากฏชื่อโฟลเดอร์ของแผ่นดิสก์เก็ตขึ้นมา จากตัวอย่างในรูปเป็นโฟลเดอร์ /media/floppy0 ก็ให้คุณจดจำโฟลเดอร์นี้ไว้ เพื่อเลือกใช้ในโปรแกรม Express ต่อไป (และเมื่อคุณใช้แผ่นดิสก์เก็ตนี้สำรองข้อมูลในโปรแกรม Express เรียบร้อยแล้ว ให้คุณทำตามขั้นตอนใน ข้อ 9.1 อีกที แต่เปลี่ยนจากการ Mount Volume เป็น Unmount Volume แทน)

Image

9.4     เนื่องจากการเรียกใช้งาน Floppy Drive บนระบบ Ubuntu จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่าสื่อประเภทอื่น คุณอาจจะใช้การสำรองข้อมูลลงใน Flash Drive ซึ่งเป็นสื่อบันทึกที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากในปัจจุบัน โดยในขั้นแรกให้คุณต่อ Flash Drive เข้ากับเครื่อง Ubuntu ทางพอร์ท USB ให้เรียบร้อยก่อน
9.5     จากนั้นเมื่อคุณเข้าไปที่เมนู Places -> คอมพิวเตอร์ คุณก็จะพบกับ Flash Drive ที่ต่อเอาไว้ดังรูป (สังเกตว่าสื่อบันทึกที่ต่ออยู่กับพอร์ท USB จะมีไอค่อนรูปพอร์ท USB อยู่ที่มุมบนขวาของสื่อนั้น)

Image

9.6     ให้คุณดับเบิ้กคลิกเม้าส์เพื่อเปิดเข้าไปใน Flash Drive นั้น จากนั้นคลิกที่ปุ่มรูปกระดาษดินสอด้านซ้าย ดังรูป ในหน้าจอ File Browser จะแสดงชื่อโฟลเดอร์ของ Flash Drive ขึ้นมา จากรูปคือโฟลเดอร์ /media/disk

Image

9.7     ต่อจากนั้น ให้คุณเข้าโปรแกรม Express และไปที่เมนูสำรองข้อมูลของโปรแกรม เมื่อถึงหน้าจอของการเลือกที่เก็บข้อมูลปลายทาง ให้คุณคลิกที่ปุ่ม … จากนั้นคลิกเลือกที่โฟลเดอร์ media และ disk ตามลำดับ เมื่อเรียบร้อยก็คลิกที่ปุ่ม ตกลง และดำเนินการสำรองข้อมูลไปตามปกติ เมื่อคุณลองกลับเข้าไปเปิดดูใน Flash Drive ที่ต่ออยู่กับเครื่อง คุณก็จะพบไฟล์ Express.5 ซึ่งเป็นไฟล์สำรองข้อมูลของโปรแกรม Express อยู่ในนั้น

Image

 

หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับบทความชิ้นนี้ กรุณาฝากคำถามไว้ที่ เว็บบอร์ด
ขอความกรุณาอย่าโทรศัพท์สอบถามจากพนักงานฝ่ายบริการลูกค้าของบริษัท Express นะครับ  

Back to Index