2. ในการทำการตรวจนับสินค้า TK กรณีที่มีการปรับเพิ่ม และปรับลดจำนวนสินค้า โปรแกรมจะหามูลค่าต้นทุนในการการปรับเพิ่ม และปรับลด อย่างไร
วิธีการที่โปรแกรมใช้หาราคาทุนมาใส่ให้ในรายการรับเข้าเป็นดังนี้ (เป็นรายการพวก TK ที่ปรับยอดเพิ่ม และเอกสาร SR
ที่ไม่อ้าง IV)
คำนวณต้นทุน
o ดูที่ราคาทุนมาตรฐานก่อน (แต่ยังไม่นำไปใช้)และจะไปดูเงื่อนไขข้อต่อไปก่อน ทั้งแบบ FIFO และแบบ AVERAGE
o ดูรายการซื้อหรือรับเข้าที่อยู่ก่อนหน้ารายการที่จะหาราคาทุน (ยกเว้นเอกสาร RL , TK และ SR ด้านเพิ่ม จะไม่นำมาใช้)
!!! แต่ราคาซื้อต่อหน่วย ต้องมากกว่า 0 และหน่วยนับย่อยต้องตรงกันกับหน่วยนับในเอกสาร TK หรือSR ที่กำลังทำ ถ้าตรงก็ใช้ราคานี้เลย แต่ถ้าไม่มีก็จะหาขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึง รายการยอดยกมา ซึ่งรายการยกมานี้ถ้าไม่ได้ป้อนรหัสหน่วยนับก็จะใช้ราคาของรายการยอดยกมาที่พบนี้แทน แต่ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขเลย ก็จะหาเงื่อนไขถัดไป
หากราคาที่หามาได้ > 0 ก็จะใช้ราคานี้เลย =จบ=
|
แบบ FIFO |
ราคา=STCRD->LUNITPR (ราคาต่อหน่วยของล็อต) |
|
แบบ Average |
ราคา=STCRD->XUNITPR (ราคาทุนต่อหน่วยของรายการ) |
o จะดูว่าราคาทุนมาตรฐานในขั้นแรกว่ามี ยอดมากกว่า 0 หรือไม่ถ้ามากกว่าก็จะใช้ราคาทุนมาตรฐานนี้เลย แต่ราคานี้เท่ากับ 0 จะเช็คต่อไปว่า
o หน่วยนับย่อยในTK และ SRตรงกับ หน่วยซื้อล่าสุดใน รายละเอียดสินค้า (STMAS) และตัวคูณเป็นหน่วยย่อยในรายการ TK หรือ SR ตรงกับ ตัวคูณหน่วยซื้อ (STMAS->LPURFAC) หรือไม่ ถ้าตรงกันก็จะใช้
ราคา= ราคาต่อหน่วยซื้อล่าสุด – ส่วนลดซื้อล่าสุด (STMAS->LPURPR - STMAS->LPDISC) *** ถ้ามีหลายคลัง 2 ตัวนี้จะมีราคาเดียวของการซื้อล่าสุด
o แต่ถ้าหน่วยนับย่อยใน TK หรือ SR ไม่ตรงกับหน่วยนับซื้อล่าสุดก็จะใช้ ราคา= (ราคาซื้อล่าสุด – ส่วนลดซื้อล่าสุด)/ อัตราส่วนของหน่วยซื้อในรายการล่าสุด *** (ไม่มีการแยกคลัง)
(STMAS->LPURPR - STMAS->LPDISC) / STMAS->LPURFAC
*** ถ้าถึงตรงนี้ยังหาราคาไม่ได้ ก็จะปล่อยราคาเป็น 0 ไป***