ในฐานะคนทำบัญชีคนนึงนะครับ ทำอะไรให้ละเอียดให้ก่อนดีกว่า เจ้านายแต่ละคนไม่เหมือนกัน และอยู่กันคนละไม่กี่ปี บางคนก็ไม่ละเอียด บางคนก็ละเอียดยิบ .....รายละเอียดเหล่านี้มักจะถูกถามตอนทำ Budget สิ้นปี หรือตอนปิดงบรายเดือนเทียบกับงบประมาณรายเดือน
ว่า....ในหนึ่งปี มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องเขียนเท่าไหร, แบบพิมพ์เท่าไหร่, ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เท่าไหร่....
ซึ่งเราจะมองเห็นว่า การที่เราเอาทุก ๆ อย่าง มาลงในบัญชี Stationery มันก็ไม่ต่างอะไรกับบัญชีค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ที่นึกบัญชีอะไรไม่ออก ก็ Miscellaneous อย่างเดียว
มาถึงยุคนี้ Computer Supplies มันเยอะกว่า Stationery แล้วครับ และ Printing ก็ไม่น้อยในแต่ละปี ถ้าเป็นไปได้เหนื่อยครั้งแรกครั้งเดียวดีกว่า เพราะเวลาทำงบประมาณ ใคร ๆ เขาก็แยกหมวด 3 หมวดนี้ออกจากกันแล้วครับ.....
Computer Supplies อาจมีความหมายเท่ากับ หมึกพิมพ์ต่าง ๆ กระดาษ A4 ที่ซื้อมาพิมพ์งาน
การ์ดแลนที่ราคาไม่ถึงนโยบายที่จะกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัท ฯลฯ
Stationery ก็ต้องเป็น ดินสอ, ปากกา, ยางลบ, แฟ้ม, ฯลฯ
Printing ก็ต้องกลายเป็น กระดาษหัวจดหมาย, ซองจดหมายบริษัท, แบบฟอร์มหยอด, แต่ไม่เกี่ยวกับ
Brouchure นะครับ มันคนละเรื่องกัน Advertising ก็อีกเรื่องนึง แยกวัตถุประสงค์ให้ออก
เหมือนกระดาษ A4 มันเข้าได้ทั้งหมวด Stationery และ Computer Supplies ต้องมาตีความเอา
คนสร้างผังบัญชีต้องยึดค่าใช้จ่ายใน Budget เป็นหลักในการสร้างผัง
คนสร้าง Budget ก็ต้องมานั่งปรึกษาบัญชีว่า บริษัทมีค่าใช้จ่ายอะไรมั่ง
ทั้งสองคนต้องเดินไปตามทางเดียวกัน ไม่อย่างนั้นมันจะทำงบเปรียบเทียบกับงบประมาณได้อย่างไร ?
เหมือนคนที่

แก้ไขล่าสุดโดย Beckham เมื่อ พฤหัสฯ. มิ.ย. 28, 2007 7:08 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง