โดย ASAN » พฤหัสฯ. มิ.ย. 26, 2008 3:25 pm
- หมวดบัญชี มันก็มีทั้งหมด 5 หมวดเท่านั้นแหล่ะครับ ที่เหลือมักคิดพรรณากันเอาเอง เพื่อแบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลตามที่ผู้วางระบบบัญชีภายในของแต่ละองค์กร กำหนดไว้ หรือคิดไว้ว่าจะให้เป็นอย่างนั้น
- ระบบบัญชีนั้นประกอบด้วยหมวดหลักๆ แค่ 3 หมวดด้วยซ้ำไปครับ ซึ่งประกอบด้วย
1. หมวดทรัพย์สิน(สินทรัพย์) จะใช้รหัสขึ้นต้นว่า 1
2. หมวดหนิ้สิน " 2
3. หมวดส่วนของเจ้าของ หรือทุน " 3
ดังนั้นในหลักสมการบัญชี จึงมีอยู่ว่า ทรัพย์สิน = หนี้สิน+ทุน
* แต่เนื่องจากการดำเนินกิจการจะมีทั้งรายได้และค่าใช้จ่าย ซึ่งจะอยู่ในส่วนของทุน หรือส่วนของเจ้าของ หรือส่วนของผู้ถือหุ้น แล้วแต่ใครจะเรียกให้เข้ากับองค์กรที่ทำอยู่ รายการค้าที่เป็นรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะรวมอยู่ภายใต้บัญชีย่อยในส่วนของบัญชีทุน เรียกว่ากำไร(ขาดทุน) หรือถ้าเป็นการสะสมข้ามปี ก็จะเรียกว่าบัญชีกำไร(ขาดทุน)สะสม
เนื่องจากรายการค้าที่เกิดขึ้นในบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายมีจำนวนรายการมากมายจึงไม่สะดวกที่นำมาบันทึกรวมกันเข้าไปอยู่ในบัญชีทุน เพื่อให้เห็นยอดเงินลงทุนแยกเป็นอิสระจากรายการดังกล่าว จึงได้แยกส่วนของทุนไปอีก 2 บัญชีดังนี้
3.1 หมวดรายได้ ซึ่งจะเป็นบัญชีที่อยู่ทางด้าน Cr. ของบัญชีทุน จะใช้แทนรหัสด้วยเลข 4
3.2 หมวดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะเป็นบัญชีที่อยู่ทางด้าน Dr. ของบัญชีทุน จะใช้แทนรหัสด้วยเลข 5
ถ้าเราเขียนสมการบัญชีเสียใหม่ ก็จะได้ ทรัพย์สิน = หนี้สิน+ทุน(รายได้-ค่าใช้จ่าย)
- จากคำถามของเจ้าของกระทู้ คงจะไปเจอบัญชีที่ขึ้นด้วยด้วย 6,7,8,9 อะไรประมาณนี้ใช่หรือเปล่าครับ
* ไม่ต้องไปแปลกใจ ให้มองดูว่า รหัสกลุ่มบัญชี (ผมจะเรียกว่ากลุ่มนะครับ ไม่ใช่หมวด เพราะหมวดจะมีเท่าที่ผมได้ชี้แจงไว้แล้ว) ว่ากลุ่มเลขที่คุณพบนั้นเป็นบัญชีย่อยภายใต้ของหมวดหลักบัญชีอะไร ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 หมวดหลักๆทีได้กล่าวไว้ และที่ผมพบส่วนใหญ่จะอยู่หมวด 5 หรือไม่ก็หมวด 1 ไปเลย เพื่อแยกย่อยบัญชีจากเดิมจากผังบัญชีหลักที่มีอยู่อย่างจำกัด หรือออกแบบในตอนแรกไม่เพียงพอ จึงกลับมาเพิ่มกลุ่มเสียใหม่ การเพิ่มผังบัญชี สามารถเพิ่มได้แต่ต้องอ้างอิงภายใต้ 5 หมวดเท่านั้นจึงจะนำข้อมูลนั้นมาประกอบงบการเงินได้ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย
ASAN เมื่อ พฤหัสฯ. มิ.ย. 26, 2008 4:12 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง