ปัญหาที่เจอ
1. ใบกำกับภาษีขาย
- ลูกค้าที่ไม่ได้จดVAT ในใบกำกับภาษีไม่จำเป็นต้องใส่สถานประกอบการ สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาที่ ...
แต่ตัวแปรจะเช็คดูว่าถ้าลูกค้ามีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ยังไงก็แสดงเป็น สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาที่ ...
ถ้าไม่ต้องการให้แสดงสถานประกอบการ ต้องสร้างอีกฟอร์ม แล้วตัดตัวแปรสถานประกอบการออก
- ลูกค้าที่ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี เวลาตั้งรหัสลูกค้าใหม่ ต้องใส่เลขผู้เสียภาษี หรือเลขอะไรก็ได้
เวลาพิมพ์ใบกำกับภาษี ก็จะแสดงเลขที่เราใส่ลงไป และสถานประกอบการแสดงเป็น 0 สำนักงานใหญ่ ด้วย
วิธีแก้ก็คงต้องสร้างอีกหนึ่งฟอร์ม ตัดตัวแปรทั้งสองออก หรือออกอย่างย่อไปเลย แต่บางธุรกิจก็ไม่สามารถทำได้
2.รายงานภาษีขาย
- ปัญหาเดียวกันกับฟอร์มใบกำกับภาษีขาย คือ ตัวแปรจะแสดงเลขประจำตัวและสถานประกอบการออกมาเสมอ
ไม่ว่าลูกค้าจะต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือไม่ ไม่ว่าลูกค้าจะมีสถานประกอบการตาม ภ.พ.20 หรือไม่
ซึ่งควรแสดงเฉพาะ
- ลูกค้าที่จดทะเบียนVAT ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษี และ สถานประกอบการ
- ลูกค้าที่ไม่ได้จดVAT ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษี แต่ไม่ต้องระบุสถานประกอบการ
- ลูกค้าที่ไม่มีเลขประจำตัว ก็ไม่ต้องระบุทั้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษี และไม่ต้องระบุสถานประกอบการ
ยังหาวิธีแก้ไม่ได้
3.รายงานภาษีซื้อ
- ใบกำกับภาษีซื้อที่ข้ามเดือน (6เดือน) จากปี 2556 ไป 2557 ในรายงานภาษีซื้อไม่แสดงเลขผู้เสียภาษีและสถานประกอบการ
น่าจะเกิดจากบังคับให้แสดงผลเฉพาะข้อมูลปี 2557 ยังหาวิธีแก้ไม่ได้เช่นกัน
ส่วนข้อความในใบกำกับภาษีและรายงานภาษี ก็ต้องใช้คำว่า "สำนักงานใหญ่", "สาขาที่ .."
ตามประกาศ 196 ที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป
และประกาศ 197 ที่กำหนดให้ใช้ข้อความตามในใบกำกับภาษี
ยังมีบางจุดที่ต้องแก้ไขตัวแปรให้แสดงข้อความให้ตรงกัน เช่น ในรายงานภาษี สำนักงานใหญ่ ยังแสดงเป็น 0000 อันนี้พอแก้ตัวแปรได้
เบื้องต้นผมแก้ปัญหาโดยใช้ตัวแปรที่มีอยู่เดิม เช่น ที่อยู่บรรทัดที่ 3, ผู้ติดต่อ, หมายเหตุ เป็นต้น เพราะสามารถกรอกหรือไม่กรอกอะไรก็ได้
แล้วใช้ตัวแปรนี้ไปแสดงไว้ในใบกำกับภาษีและรายงานภาษีขาย ซึ่งแก้ไขได้ง่ายกว่า ปัญหาน้อยกว่า
แต่ต้องเข้าใจ/ระบุเอาเองว่า ช่องไหนจะใช้เป็นเลขภาษี เป็นสถานประกอบการ และเสียเวลานิดนึงในการแก้ไขฐานข้อมูล
ถ้าข้อมูลเยอะก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ
ฝากช่วยหาแนวทางให้ด้วย ขอบคุณครับ




