โดย savek » จันทร์ ก.ค. 10, 2017 9:02 am
ขออนุญาตนำข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษีมาลงไว้ให้พิจารณานะครับ
คุณ Farsai Narak ได้โพสต์ไปในไทม์ไลน์ "สุเทพ พงษ์พิทักษ์" แฟนเพจ เมื่อ 23 ธ.ค. 2556 จากบริเวณ Bangkok ว่า
"ขอสอบถามอาจารย์สุเทพ ในเรื่องของการคิดค่าเสื่อมราคารถยนต์ที่เช่าซื้อดังนี้ค่ะ
บริษัทฯ ได้ทำการเช่าซื้อรถยนต์กระบะ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 ในราคา 570,000 บาท (ราคาซื้อเป็นเงินสด 520,000 บาท) โดยบริษัทฯ จ่ายเงินดาวน์ในวันออกรถยนต์ 150,000 บาทส่วนที่เหลืออีก 420,000 เข้าไฟแนนท์ค่ะ โดยมีค่าผ่อน 8,000 บาท 60 งวด
ขอสอบถามดังนี้
1. บริษัทฯ จะมีค่าเสื่อมราคาปี 2556 จำนวนเท่าไรค่ะ
2. บริษัทฯ จะมีมูลค่าต้นทุนที่จะคิดค่าเสื่อมราคาไรค่ะในทางภาษีอากร เพราะทางบัญชีให้บันทึกราคาต้นทุนรถยนต์ด้วยราคาเงินสดคือ 520,000 บาท
3. เงินดาว์นนำไปรวมกับเงินงวดอีก 2 งวด (150,000+ 16,000) คือ 166,000 บาทแล้วเอาไปเปรียบเทียบกับค่าเสื่อมราคาที่คิดในอัตรา 20% ใช่หรือไม่ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ"
เรียน คุณฟ้าใส น่ารัก
เกี่ยวกับค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคารถยนต์กระบะ ที่บริษัทฯ ได้เช่าซื้อมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 ในราคา 570,000 บาท (ราคาซื้อเป็นเงินสด 520,000 บาท) โดยบริษัทฯ จ่ายเงินดาวน์ในวันออกรถยนต์ 150,000 บาทส่วนที่เหลืออีก 420,000 เข้าไฟแนนท์ค่ะ โดยมีค่าผ่อน 8,000 บาท 60 งวด รวมเป็นค่ารถยนต์กระบะทั้งสิ้น (150,000 + 480,000) 630,000 บาท
ในทางบัญชีบริษัทฯ บันทึกทรัพย์สินรถยนต์ในวันที่ 1 ตุลาคม 2556 ตามราคาซื้อเงินสด คือ 520,000 บาท ส่วนที่เหลือเป็นดอกผลรอตัดจ่ายจำนวน 110,000 บาท
เนื่องจากรถยนต์กระบะตอนเดียว ไม่ว่าจะมี cab หรือไม่ก็ตาม หากบริษัทฯ นำมาใช้ในกิจการที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อจากการเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าว สามารถนำไปถือเป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ จึงสมมติว่า ราคารถยนต์ที่ยกมานั้นไม่รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชี แต่ละกรณีเป็นดังนี้
1. เมื่อซื้อรถยนต์กระบะ
เดบิต รถยนต์กระบะ.........................520,000
.........ดอกผลเช่าซื้อรอตัดจ่าย..........110,000
.........ภาษีซื้อยังไม่ถึงกำหนด........... 33,600
.........(480,000 x 7%)
.........ภาษีซื้อ (150,000 x 7%) ...... 10,500
…………เครดิต เงินสด (150,000 + 10,500) ......160,500
.....................เจ้าหนี้เช่าซื้อ............................503,100
2. เมื่อชำระค่างวดเช่าซื้อแต่ละงวด
เดบิต เจ้าหนี้เช่าซื้อ........................... 8,560
.........ดอกผล ......................................xxx
.........ภาษีซื้อ .....................................560
…………เครดิต เงินสด (8,000 + 560) .................8,560
.....................ภาษีซื้อยังไม่ถึงกำหนด....................560
.....................ดอกผลเช่าซื้อรอตัดจ่าย...................xxx
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
1. วิธีการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา
1.1 ในทางบัญชี ให้ห้างฯ คำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคารถยนต์กระบะจากราคาซื้อเงินสด (520,000 บาท) ตั้งแต่วันที่ได้มาซื่งทรัพย์สินคือ 1 ตุลาคม 2556 จนถึงวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งสมมติว่าเป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2556 (จำนวน 92 วัน) ตามอัตราค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่ห้างฯ ได้เลือกใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป และอัตราค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามหลักความสม่ำเสมอที่ห้างฯ ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับรอบระยะเวลาบัญชีปีก่อน ทั้งนี้ โดยคำนวณหักจากมูลค่าต้นทุน ที่หักด้วยค่าซาก
1.2 ในทางภาษีอากร
ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ที่กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาว่า “...เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้เลือกใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป และอัตราที่จะหักอย่างใด แล้วให้ใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป และอัตราที่จะหักอย่างใด แล้วให้ใช้วิธีการทางบัญชีและอัตรานั้นตลอดไป เว้นแต่ จะได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงจากอธิบดีกรมสรรพากร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายและให้ถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับอนุมัตินั้น”
2. มูลค่าต้นทุนที่จะคิดค่าเสื่อมราคาในทางภาษีอากร
สำหรับมูลค่าต้นทุน ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคานั้น ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ได้กำหนดว่า “ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อ หรือโดยการซื้อขายเงินผ่อนมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นให้ถือตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมด...” ซึ่งก็คือจำนวน 630,000 บาท นั่นเอง
ในกรณีนี้ จึงเกิดความแตกต่างในทางบัญชีและทางภาษีอากร
(1) ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในทางบัญชีจะต่ำกว่าทางภาษีอากร จึงต้องปรับปรุงหักเพิ่มขึ้นในแบบ ภ.ง.ด.50
(2) ค่าดอกผลเช่าซื้อตัดจ่ายในทางบัญชี ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามต้องปรับปรุงบวกกลับทั้งจำนวน
3. สำหรับความในส่วนท้ายของมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ได้กำหนดว่า “...แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่จะนำมาหักในรอบระยะเวลาบัญชี จะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อหรือราคาที่จะต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น” ให้ใช้บังคับกับกรณีที่มีการผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อเท่านั้น หากไม่มีการผิดสัญญาก็ไม่ต้องคำนึงถึงข้อความในส่วนนี้แต่อย่างใด
จากแฟนเพจของอาจารย์สุเทพ พงษ์พิทักษ์ครับ