ของฝากลูกค้า

หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม Express สามารถเข้ามาสอบถามได้ที่นี่ครับ

Moderator: Sutas, CO-Admin, Global Moderator

ของฝากลูกค้า

โพสต์โดย mae » พุธ ส.ค. 30, 2006 1:30 pm

สินค้ามีวัตถุดิบ กับ สำเร็จรูป ถ้าลูกค้าให้เปิดบิล vat วัตถุดิบ ฝากของที่เป็นวัตถุดิบ แต่ยังไม่ให้ส่งของ โดยของที่จะส่งเป็นสินค้าสำเร็จรูป ตอนเปิดบิล vat เรา[u]ตัด stock วัตถุดิบ[/u] แล้วตอนที่ลูกค้าจะเอาของเราต้องตัดstock วัตถุดิบ อีก เพื่อผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูป แล้วมันจะทำให้เราตัดstock วัตถุดิบ เบิ้ล น่ะสิคะ ควรทำไงดี
mae
 

Re:ของฝากลูกค้า

โพสต์โดย ASAN » พุธ ส.ค. 30, 2006 1:49 pm

- ถ้าลูกค้าให้เปิดบิลเป็นรหัสวัตถุดิบ ตอนผลิต ก็ไม่ต้องเบิกแล้วครับ แต่ปัญหามันอยู่ว่า จะเอาอะไรไปผลิต ดังนั้นแบ่งวิธีทำง่ายๆ ได้ดังนี้

1. เลือกเปิดบิลเป็นชื่อวัตถุดิบ แต่รหัสที่ใช้เป็นสินค้าบริการแทน
วิธีนี้เมื่อทำการผลิต ก็เบิกวัตถุดิบออกไปปกติ แต่สินค้าที่ได้รับ ให้รับเข้าคลังก่อน จากนั้นค่อยตัดสินค้า
ออกในหน้ารายการสินค้าประจำวัน. (ตั้งหัวข้อใหม่ขึ้นมาเพื่อเบิกออกก็ได้ ถ้ามีรายการประเภทนี้
บ่อยๆ) ในช่องหมายเหตุ ให้เขียนถึง iv ของลูกค้ารายนั้น
2. ควรใช้วิธีเปิดใบสั่งขาย แล้วแก้ไขใบสั่งขายเป็นใบส่งของชั่วคราว รหัสสินค้าที่ใช้เป็นรหัสสินค้าจริง
และทำการบิกวัตถุดิบปกติ และรับเข้าสินค้าปกติ แต่จะมาออกบิลอีกครั้งโดยดึงจากใบสั่งขาย เมื่อมี
สินค้าที่ผลิตสำเร็จเข้ามาในคลังเรียบร้อยแล้ว
3. เอาแค่ 2 ข้อก็พอแล้วนะ ;D ;D นี่ก็ Ok. แล้ว
ภาพประจำตัวสมาชิก
ASAN
Hero Member
Hero Member
 
โพสต์: 3477
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ค. 15, 2003 9:50 am

Re:ของฝากลูกค้า

โพสต์โดย mae » พุธ ส.ค. 30, 2006 2:00 pm

วิธีที่2 หมายถึงไม่ได้เปิดบิล vat ตอนลูกค้าซื้อแต่เปิดใบสั่งขายแทน และเปิดบิล vat เมื่อส่งของ เหรอคะ มันจะมีผลว่า1. stock (วัตถุดิบ) ไม่ถูกตัด รึว่ามันจะ show ว่าถูกจองโดยใบสั่งขาย/ใบส่งของชั่วคราว และ 2. เก็บตังค์ลูกค้าไม่ได้ ::) อันนี้สำคัญ
mae
 

Re:ของฝากลูกค้า

โพสต์โดย ASAN » พุธ ส.ค. 30, 2006 3:05 pm

- 1. การใช้ระบบใบสั่งขาย Stock จะถูกจองไว้เท่านั้น และยังไม่ได้ตัดออกไปจริง
- 2. ถ้าเรื่องการเงินเป็นเรื่องสำคัญ ก็ต้องเลือกข้อ 1 ละครับ

* จริงๆ แล้วการทำบัญชี ให้นึกถึงความเป็นจริงเป็นหลัก สรรพากรมาที่บริษัท ตรวจสอบเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงว่าการ เข้า-ออก ของรายการต่างๆ มีความสัมพันธ์กันขนาดไหน ลูกค้าที่โดนตรวจสอบ เรียกแล้วเรียกอีก เกิดจากการทำบัญชีที่ไม่สัมพันธ์ระหว่างรายการรับเข้า และจ่ายออกทั้งนั้นเลยครับ
**ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ลูกค้ามักจะให้เราออกใบกำกับภาษีก่อน อันเนื่องจากว่าต้องการได้รับเงินคืนค่าภาษีซื้อในเดือนนี้(จะรับได้คืนในเดือนถัดไปด้วยวิธีเคลม) แต่ในขณะเดียวกัน ยังไม่ต้องส่งของ ก็เพื่อที่จะได้เครดิตในการจ่ายเงินให้นานขึ้นไงครับ พูดง่ายๆ ก็คือ ได้เงินมาใช้ก่อนแล้วยังจะได้ของมาขายก่อน อีกด้วย แล้วค่อยจ่ายทีหลัง ที่สำคัญคือ เราต้องนำส่งภาษี ทั้งที่ยังไม่ได้รับเงินเลย

- ดังนั้นเพื่อให้การทำบัญชีมีความเชื่อถือมากที่สุดที่จะทำได้ เราต้องยึดหลักความจริง เช่นถ้าการเปิดบิลขายจำเป็นจะต้องออกใบกำกับให้ทันที ก็ให้ตัดสินค้าออกจากสต๊อคทันทีเหมือนกัน ส่วนลูกค้าจะยังไม่รับสินค้า ก็ควรแยกเก็บไว้ต่างหาก แต่อย่าใช้วิธีแยกคลังสินค้าในระบบของ express เพราะการทำแบบนั้นต้นทุนขายยังเท่าเดิมหรือยังไม่ได้ถูกตัดออกไป ซึ่งจะทำให้กำไรในเดือนนั้นสูงเกินความจริง และจะมีผลต่อภาษี ถ้ารายการนั้นอยู่ท้ายๆปีนะครับ

ข้อแนะนำ
- ถ้าการจัดส่งสินค้า เป็นตัวสินค้าที่ผลิตสำเร็จ ในหน้าบิลก็ควรจะบันทึกด้วยรหัสสินค้าตัวนั้นๆ แต่การออกบิลจะต้องทำเมื่อผลิตสำเร็จเท่านั้น ไม่งั้นจะไม่มีสินค้าให้ตัด
- ถ้าต้องการออกบิลไปก่อน อันเนื่องจากเรื่องการเงิน ควรใช้วิธีออกบิลด้วยงานจ้างทำ ใช้รหัสบริการแทน แล้วเลือกเกณฑ์เงินสด ซึ่งภาษีขายจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะได้รับเงิน ซึ่งผู้ซื้อก็ไม่สามารถนำภาษีซื้อไปเคลม จนกว่าจะจ่ายเงิน
- ไม่ควรออกบิลขายเป็นรหัสวัตถุดิบ ถ้าสิ่งที่เราขายเป็นตัวสินค้า เพราะจะทำให้การอ้างอิงรายการในสต๊อกการ์ด มีปัญหาที่จะต้องอธิบายเมื่อถูกตรวจสอบ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ASAN
Hero Member
Hero Member
 
โพสต์: 3477
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ค. 15, 2003 9:50 am


ย้อนกลับไปยัง ถาม-ตอบปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรม Express

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน